ชาวบ้าน ลุกฮือ..!! รวมตัวกันถือป้ายผ้าประท้วงคัดค้าน…… เหตุผลเพราะ….??

ชาวบ้าน ลุกฮือ..!! รวมตัวกันถือป้ายผ้าประท้วงคัดค้าน…… เหตุผลเพราะ….??

20150403134015.jpg

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 58 เวลาประมาณ 7.50 น. ชาวบ้านเขาเขียว  อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก  ได้รวมตัวกันถือป้ายประท้วงคัดค้านการเข้ามาของเหมืองแร่ โดยการใช้สื่อ Social เป็นสื่อกลางในการบอกเล่าเรื่องราว

          จากเหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมากจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านและลูกๆหลานๆ ในพื้นที่และละแวกใกล้เคลียได้ประชุมหาลือกันว่าต้องการให้คนในพื้นที่และนอกพื้นที่ได้ตะหนักและเห็นความสำคัญการของทรัพยากรในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่เป็นดังซุปเปอร์มาเก็ต แต่ในก่อนหน้านี้ชาวบ้านมีการทำเสื้อออกมาเพื่อเป็นสื่อกลางสื่อสารสีเสื้อเป็นสีเขียนมีลักษณ์ที่เป็นทั้งคอกลมและคอวีหรือแม้กระทั้งคอปกที่สามารถเลือกใส่ได้ตามแบบที่ชอบและเลือกซื้อจ่ายแจกกันไปสวมใส่กันตามอัธยาศัยหรือในช่วงการประชุมหรือทำกิจกรรมต่างๆอีกทั้งยังมีข้อความสื่อออกมาแทนคำพูดในเนื้อเสื้อที่มีทั้งด้านหน้าและด้านหลังในส่วนของด้านหน้าเขียนว่า “กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเนินมะปราง” และในส่วนของด้านหลังได้เขียนไว้ว่า “ตายไม่ตายกูไม่รู้กูจะสู้เพื่อบ้านเกิด” เพื่อสื่อให้เห็นว่าชาวบ้านต้องการที่จะรักษาและหวงแหนทรัพยากรและให้คนที่เห็นเสื้อได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับพื้นที่ดังกล่าวแต่การทำเสื้อยังไม่เป็นผลเท่าที่ควรเพราะจะรับรู้ได้เฉพาะคนที่เห็นเสื้อเท่าในบริเวณแคบๆ จึงได้คิดริเริ่มที่จะเขียนป้ายเพื่อรณรงค์คัดค้านและได้อัพโหลดขึ้นยัง Social เพื่อในคนในพื้นที่ที่ไปทำงานในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้รับรู้หรือแม้กระทั้งบุคคลทั่วไปได้รับทราบว่าบริเวณดังกล่าวเกิดอะไรขึ้นโดยในการสื่อความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นข้อความผ่านป้ายผ้าดิบแต่งแต้มสีสั้นออกมาให้ดึงดูดสายตาผู้รับชมนั้นได้เห็นและรับรู้ถึงความต้องการของชาวบ้านที่จะรักษาทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งสมุนไพรต่างๆอีกทั้งยังเป็นห่วงโซ่อาหาร และการสูนเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งชาวบ้านก็พอที่จะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาในอนาคตเนื่องจากการเรียนรู้และรับรู้จากสิ่งที่เห็นจริงและเกิดขึ้นจริงจากหมู่บ้านข้างเคียงอย่างเช่น บ้านเขาหม้อ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับค้อ จ.พิจิตร ที่มีการเข้ามาสัมปทานเหมืองแร่ไปแล้ว ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นจากที่สังคมล้มสลายลงคนในพื้นที่ไม่สามารถอาศัยอยู่เหมือนอย่างเดิมได้ โรงเรียนถูกพังลง น.ร. ในเพื่อที่ต้องไปศึกษาที่อื่น น้ำดื่มน้ำใช้ไม่สามารถใช้ได้ดังเดิมเนื้อจากมีสารปนเปื้อนจากการทำเหมืองแร่นั้น และอีกสาเหตุที่ชาวบ้านไม่ต้องการให้มีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่เนื่องจากขายที่ไปได้เงินมาแค่ครั้งก้อนเดียวและอีกอย่างชาวบ้านต้องย้ายออกจากพื้นที่ไปหาแหล่งที่อยู่ที่ทำกินใหม่ซึ่งมันไม่คุ้มกับการสูนเสียทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์มีวัฒนธรรมดังเดิมประเพณีที่มีคุณค่าที่ตีเป็นเงินตราไม่ได้เป็นคุณค่าทางจิตใจและอีกอย่างชาวบ้านมีรายได้เข้ามาในทุกๆปีมากพอสมควรจากการทำการเกษตร และอื่นๆ ดังตารางนี้ รายได้ของหมู่บ้านเขาเขียว

 

รายได้ของหมู่บ้านเขาเขียว จากการทำการเกษตร และอื่นๆ

ข้าว

ครัวเรือนที่ทำนา ปลูกข้าว จำนวน 180 ครัวเรือน

ทำนาตั้งแต่ 50 ไร่ ขึ้นไป จำนวน 112 ครัวเรือน

ทำนาต่ำกว่า 50 ไร่ จำนวน 78 ครัวเรือน

รวมรายได้จากการทำนา เฉลี่ย ต่อปี เป็นจำนวนเงินประมาณ 71,850,000 บาท

ข้าวโพด ปลูกทั้ง ฤดูฝน และฤดูแล้ง

ครัวเรือนที่ปลูกข้าวโพด จำนวน 45 ครัวเรือน

ปลูกข้าวโพด ตั้งแต่ 20 ไร่ จำนวน 35 ครัวเรือน

ปลูกข้าวโพด ต่ำกว่า 20 ไร่ จำนวน 10 ครัวเรือน

รวมรายได้จากการปลูกข้าวโพด เฉลี่ย ต่อ ปี เป็นจำนวนเงินประมาณ 12,000,000 บาท

ส่วนมะม่วง และมะปราง

ครัวเรือนที่ปลูกมะม่วงจำนวน 26 ครัวเรือน

รวมรายได้จากการปลูกมะม่วงเฉลี่ย ต่อปี เป็นจำนวนเงินประมาณ 11,000,000 บาท

รวมรายได้จากการปลูกมะปรางจำนวน 4 ครัวเรือน

รวมรายได้จากการปลูกมะปรางเฉลี่ย ต่อปี เป็นจำนวนเงินประมาณ 800.000 บาท

รายได้หมู่บ้านจากการหาของป่าบนภูเขาเขียว

ครัวเรือนที่ขึ้นไปหาหน่อไม้มาขาย จำนวน 10 ครัวเรือน

ครัวเรือนที่ขึ้นไปหากลอยมาขาย   จำนวน 3 ครัวเรือน

ครัวเรือนที่ไปหาเห็ดมาขาย หาทุกครัวเรือนทั้งขายและบริโภคเอง

รายได้จากการหาของป่าบนภูเขาเขียวต่อปี เป็นจำนวนเงินประมาณ 200,000 บาท

รายได้ของชาวบ้านเขาเขียวในแต่ปี มีจำนวนเงินเข้าหมู่บ้านประมาณ 95,130,000 บาท

 (เก้าสิบห้าล้านหนึ่งแสนสามหมื่นบาท โดยประมาณ)

 จากตารางดังกล่าวอ้างอิงจากการสำรวจจากประชากรในหมู่บ้านแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในพื้นที่ที่ควรหวงแหนอณุรักษ์ไว้จากรุ่นสู่รุ่น

 

ความคิดและเหตุผลที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้รวมตัวกันเขียนแต่งแต้มป้ายผ้าดิบสื่อข้อความแทนคำพูดออก และถ่ายภาพอัพโหล Social  

คุณดวงใจ คลังตอง กล่าวว่า ไม่อยากให้เหมืองแร่เข้ามาเพราะรู้ว่ามีสารปนเปื้อนในน้ำและอากาศเป็นอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม

คุณสมพร ชัยสงคราม กล่าวว่า บ้านเรามีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้วถ้าเหมืองเข้ามาความอุดมสมบูรณ์ความเป็นอยู่ก็จะเปลี่ยนไป

คุณสินีนาฏ คำมานิตย์ กล่าวว่า จากการที่ได้เข้าไปดูในพื้นที่หมู่บ้านใกล้เหมืองแร่ก่อนเหมืองยังไม่เกิดหมู่บ้านเขาหม้ออุดมสมบูรณ์แต่พอเหมืองเข้ามาก็กลายเป็นชุมชนที่ล้มสะลายน้ำดื่มน้ำใช้ไม่ได้ ข้าวพืชพักปลูกกินไม่ได้ต้องเอาไปขายแล้วชื่อของที่อื่นมากินแทนหมู่บ้านเราจึงไม่อยากเป็นเหมือนเขาหม้อเราจึงคัดค้านทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เหมืองเข้ามาทำเหมืองในบ้านเรา

คุณบุญล้ำ  ยศปัญญา กล่าวว่า บ้านของเราเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำเป็นแหล่งผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออกนอกที่นำรายได้เข้าหมู่บ้านเป็นจำนวนมากปู่ย่าตายายบุกเบิกพื้นที่นี้มากว่า 60 ปีมาแล้วเราจำหวงแหนพื้นดินทำกินนี้ไม่ยอมให้เหมืองแร่ทองคำเข้ามาทำลายโดยเด็จขาด

 

20150403133747.jpg

20150403133835.jpg

 

ขอบคุณภาพจาก คุณ รัชนี บุญเรืง