ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากบ้านนาหนองบง จ.เลย

ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากบ้านนาหนองบง จ.เลย

ทำจดหมายเปิดผนึกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ สอบนายทหารนอกรีตชาวบ้านค้านเหมืองทอง “วังสะพุง” หวั่นถูกรุมยำรอบ 2 เชื่อชาวฉกรรจ์เตรียมขนแร่ที่เหลืออีกระรอกใหญ่ยื่นศาลคุ้มครอง-ขอ กพร. ระงับใบอนุญาตขนแร่

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 ชาวบ้านในชุมชนนาหนองบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหารือเพื่อรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 300 คนบุกทำร้ายและกักขังชาวบ้านเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีข้อสรุปร่วมกันว่าชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดที่รับผลกระทบจากเหมืองทองคำ จังหวัดเลยได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อร้องทุกข์ กรณีที่มีนายทหารพัวพันกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชน 6 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ในจดหมายเปิดผนึกระบุว่า จากเหตุการณ์เมื่อ วันที่ 21–22เมษายน 2557 พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค และผู้ติดตามอีก 16 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นทหารได้เดินทางเข้ามาที่หมู่บ้านนาหนองบง “คุ้มใหญ่” โดยใช้รถตู้คันหนึ่งที่โดยสารหมาย เลขทะเบียน ฮก 4700 กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนในชื่อ พ.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาค เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านของ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ ก็ได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านและแสดงพฤติกรรมข่มขู่คุกคามประชาชน กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ที่มาเฝ้าดูเหตุการณ์ หลังจากนั้นได้เปิดเผยความต้องการที่จะขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ผ่านถนนสาธารณะของชุมชน

หลังเหตุการณ์กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ วันที่ 24 เมษายน 2557 เพื่อร้องเรียนการละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนและกรณีปัญหาการข่มขู่คุกคามในหมู่บ้าน และขอให้พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการสอบสวนพล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค นายทหารนอกราชการ และกลุ่มผู้ติดตามที่อ้างว่าเป็นนายทหารดังกล่าวแต่จนบัดนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น

ในจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า จนกระทั่งเกิดเหตุในคืนวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง เช้าวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านได้ถูกกองกำลังเถื่อนติดอาวุธ เข้ามาปิดล้อมหมู่บ้าน พังกำแพงชุมชนของหมู่บ้าน และได้ขู่ฆ่า กักขัง โดยมัดมือไขว้หลังให้คว่ำหน้ากับพื้น และรุมซ้อมทรมานทำร้ายร่างกายไม่เว้นผู้หญิงและคนชรา เพื่อเปิดทางในการขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งเป็นเหตุให้ประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด บาดเจ็บหลายสิบรายถูกขโมยและทรัพย์สินถูกทำลาย โดยไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือในขณะเกิดเหตุ

ในจดหมายยังระบุด้วยว่า มีพยานในเหตุการณ์ยืนยันได้ว่ามีนายทหารเป็นผู้สั่งการการปฏิบัติการขนแร่เถื่อนในครั้งนี้รวมถึงทั้งแผนการและลักษณะของการปฏิบัติการก็คล้ายการจู่โจมของทหาร จากนั้นประชาชน จึงรวมกลุ่มกันจัดเวรยามเพื่อตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้านด้วยตนเอง

เนื่องจากข้อมูลจากอุตสาหกรรมจังหวัดเลยระบุว่า จำนวนแร่ทองแดงที่กองกำลังเถื่อนติดอาวุธขนออกไปได้นั้นมีจำนวน 476 ตันแต่สามารถขนออกไปได้เพียง 316 ตัน คงเหลือแร่ทองแดงที่ยังไม่ได้ทำการขน 160 ตัน รวมถึงสื่อมวลชนได้รายงานว่ายังมีแร่ทองแดงที่ค้างอยู่ในเหมืองทองคำแห่งนี้อีกประมาณ 2,000 ตัน และแร่ที่ยังไม่ได้แต่งอีก 20,000 ตัน โดยที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ทราบว่าข่าวจะมีการขนแร่ด้วยรถบรรทุก 55 อีกครั้งในวันที่ 29-30 พฤษภาคม นี้ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันหรือไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีการขนแร่โดยใช้กองกำลังเถื่อนติดอาวุธเข้ามาทำร้ายประชาชนในหมู่บ้านอีกหรือไม่

ในจดหมายระบุด้วยว่า ยิ่งเมื่อกองทัพบกประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ในขณะที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้รวมกลุ่มกันจัดเวรยามเพื่อตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้านด้วยตนเองสถานการณ์ดังนี้ได้สร้างความหวั่นวิตกต่อประชาชนในหมู่บ้าน เนื่องจากอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกคุกคามทำร้ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด มีความเกี่ยวข้องชัดเจนกับนายทหาร ทางกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จึงเรียนมาเพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก เร่งดำเนินการตรวจสอบนายทหารนอกรีต ทั้งที่ปลดประจำการแล้ว และอยู่ระหว่างรับราชการ ที่เป็นตัวการและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด อย่างเร่งด่วน โดยให้มีการลงโทษอย่างสูงสุดทั้งทางวินัยและดำเนินคดีอาญาหากพบความผิด

ด้านวสันต์ พานิช ทนายความและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าในวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 ชาวบ้านบางส่วนจะเดินทางไปยังศาลจังหวัดเลย เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้คุ้มครองชาวบ้าน โดยจะขอให้ศาลออกคำสั่งให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการแร่ (กพร.) ระงับการดำเนินการออกใบอนุญาตขนส่งแร่ชั่วคราว ซึ่งคำตอบรับจากศาลจะเป็นอย่างไรแล้วแต่การพิจารณา

เรียบเรียงโดย : transbordernews.in.th

————————————————————————–

จดหมายเปิดผนึก

ด่วนที่สุด วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗

เรื่อง      ขอร้องทุกข์ กรณีนายทหารเกี่ยวข้องพัวพันกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ๖ หมู่บ้าน
เรียน     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
อ้างถึง   หนังสือ ที่ กห. ๐๔๐๐/๒๒๖๓ เรื่อง การร้องเรียน
สิ่งที่แนบมาด้วย    ลำดับเหตุการณ์ความรุนแรงเหมืองทองคำ
        
ตามที่ท่านได้มีหนังสือถึง กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด เพื่อให้แจ้งข้อมูลและรายละเอียดที่ชัดเจน กรณีมีกลุ่มทหารไปพัวพันกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ทำหนังสือร้องทุกข์อีกครั้งหากยังมีความประสงค์จะร้องทุกข์ต่อเรื่องดังกล่าว

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จึงส่งหนังสือฉบับนี้มาเพื่อขอร้องทุกข์อีกครั้ง โดยรายละเอียดจากเหตุการณ์เมื่อ วันที่ ๒๑ – ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค และผู้ติดตามอีก ๑๖ คน ซึ่งอ้างว่าเป็นทหารได้เดินทางเข้ามาที่หมู่บ้านนาหนองบง “คุ้มใหญ่” โดยใช้รถตู้คันหนึ่งที่โดยสารหมาย เลขทะเบียน ฮก 4700 กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนในชื่อ พัน.ท.ปรมินทร์ ป้อมนาคเมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านของนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ ก็ได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านและแสดงพฤติกรรมข่มขู่คุกคามประชาชน กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ที่มาเฝ้าดูเหตุการณ์ หลังจากนั้นได้เปิดเผยความต้องการที่จะขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ผ่านถนนสาธารณะของชุมชน

หลังเหตุการณ์กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ เพื่อร้องเรียนการละเมิดสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนและกรณีปัญหาการข่มขู่คุกคามในหมู่บ้าน และขอให้ท่านดำเนินการสอบสวนวินัย พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค นายทหารนอกราชการ และกลุ่มผู้ติดตามที่อ้างว่าเป็นนายทหารดังกล่าวแต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จากท่านทั้งสิ้น

จนกระทั่งเกิดเหตุในคืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ถึง เช้าวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้านได้ถูกกองกำลังเถื่อนติดอาวุธ ประมาณ ๓๐๐ คน เข้ามาปิดล้อมหมู่บ้าน พังกำแพงชุมชนของหมู่บ้าน และได้ขู่ฆ่า กักขัง โดยมัดมือไขว้หลังให้คว่ำหน้ากับพื้น และรุมซ้อมทรมานทำร้ายร่างกายไม่เว้นผู้หญิงและคนชรา เพื่อเปิดทางในการขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ซึ่งเป็นเหตุให้ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด บาดเจ็บหลายสิบราย ถูกขโมยและทรัพย์สินถูกทำลาย โดยไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือในขณะเกิดเหตุ

ทั้งนี้ มีพยานในเหตุการณ์ยืนยันได้ว่ามีนายทหารเป็นผู้สั่งการการปฏิบัติการขนแร่เถื่อนในครั้งนี้รวมถึงทั้งแผนการและลักษณะของการปฏิบัติการก็คล้ายการจู่โจมของทหาร จากนั้นประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน จึงรวมกลุ่มกันจัดเวรยามเพื่อตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้านด้วยตนเอง  เนื่องจากข้อมูลจากอุตสาหกรรมจังหวัดเลยระบุว่า จำนวนแร่ทองแดงที่กองกำลังเถื่อนติดอาวุธขนออกไปได้นั้นมีจำนวน ๔๗๖ ตัน แต่สามารถขนออกไปได้เพียง ๓๑๖ ตัน คงเหลือแร่ทองแดงที่ยังไม่ได้ทำการขน ๑๖๐ ตัน รวมถึงสื่อมวลชนได้รายงานว่ายังมีแร่ทองแดงที่ค้างอยู่ในเหมืองทองคำแห่งนี้อีกประมาณ ๒,๐๐๐ ตัน และแร่ที่ยังไม่ได้แต่งแร่อีก ๒๐,๐๐๐ ตัน โดยที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ทราบว่าข่าวจะมีการขนแร่ด้วยรถบรรทุก ๕๕ คัน อีกครั้งในวันที่ ๒๙ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันหรือไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีการขนแร่โดยใช้กองกำลังเถื่อนติดอาวุธเข้ามาทำร้ายประชาชนในหมู่บ้านอีกหรือไม่

ยิ่งเมื่อกองทัพบกประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ในขณะที่ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้านได้รวมกลุ่มกันจัดเวรยามเพื่อตรวจสอบดูแลความปลอดภัยของประชาชนในหมู่บ้านด้วยตนเอง สถานการณ์ดังนี้ได้สร้างความหวั่นวิตกต่อประชาชนในหมู่บ้าน   เนื่องจากอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกคุกคามทำร้ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด มีความเกี่ยวข้องชัดเจนกับนายทหาร

ทางกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด จึงเรียนมา เพื่อขอให้ท่านในฐานะ ผู้บัญชาการทหารบก เร่งดำเนินการตรวจสอบนายทหารนอกรีต ทั้งที่ปลดประจำการแล้ว และอยู่ระหว่างรับราชการ ที่เป็นตัวการและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด อย่างเร่งด่วน โดยให้มีการลงโทษอย่างสูงสุดทั้งทางวินัยและดำเนินคดีอาญาหากพบความผิด

ขอให้ท่านในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนใน ๖ หมู่บ้านที่ถูกทำร้ายอย่างทารุณจากการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด

ในเหตุในคืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ถึง เช้าวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และเหตุการณ์เกี่ยวเนื่อง เมื่อวันที่ ๒๑–๒๒ เมษายน ๒๕๕๗ ดังที่กล่าวในข้างต้น โดยออกคำสั่งระงับการออกใบอนุญาตขนแร่ และระงับการขนแร่ทั้งหมดของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เอาไว้ก่อน จนกว่าจะมีการไต่สวนข้อเท็จจริง และมีการเอาผิดทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดและผู้รับผิดชอบให้เป็นที่เปิดเผยอย่างกระจ่าง

ทั้งนี้ เนื่องจาก กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง อุตสาหกรรมจังหวัดเลย และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อให้มีการระงับการออกใบอนุญาตขนแร่ และระงับการขนแร่ทั้งหมดของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เอาไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๐๑๐ มาตรา ๑๐๓ วรรคแรก ที่อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตที่ออกให้ตามความในหมวดนี้ เมื่อปรากฏว่าได้มีการฝ่าฝืนบทแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือมีเหตุอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือความผาสุกของประชาชน จนกว่าจะมีการไต่สวนข้อเท็จจริง และมีการเอาผิดทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิดและผู้รับผิดชอบให้เป็นที่เปิดเผยอย่างกระจ่าง แต่การร้องเรียนดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

และขอให้ท่านมีคำสั่ง ไม่ให้มีการใช้อำนาจหรือข้ออ้างภายใต้สถานการณ์การประกาศกฎอัยการศึก โดยห้ามไม่ให้ทหารเกี่ยวข้องพัวพันกับการขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด และใช้ความรุนแรงหรือปราบปรามประชาชนที่ต้องปกป้องความปลอดภัยของตนเอง และปกป้องสิทธิชุมชนในการคัดค้านเหมืองแร่ทองคำ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนใน ๖ หมู่บ้านเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด

จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านเร่งดำเนินการต่อข้อร้องทุกข์ทั้งหมดเป็นกรณีเร่งด่วน

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด
๘๖หมู่ ๓ บ้านนาหนองบง
ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ๔๒๑๓๐
โทรศัพท์ 098-215-0232 นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์

————————————————————————–

ลำดับเหตุการณ์

ลำดับเหตุการณ์ความรุนแรงเหมืองทองคำ
สถานการณ์ความรุนแรงเริ่มก่อตัวขึ้น และเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นลำดับตามเหตุการณ์ดังต่อไปนี้โดยเริ่มจาก

๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ นายปราโมทย์ ปันสิทธิ กรรมการ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ มีข้อเสนอให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน  โดยจะแบ่งหุ้นให้กับชาวบ้าน ๒๐% จะผลิตทองคำโดยไม่ใช้ไซยาไนด์ จะให้ชาวบ้าน ๖ หมู่บ้านเข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการเหมืองแร่ได้ตลอดเวลา และจะแบ่งผลกำไรให้กับชาวบ้านในรูปแบบกองทุน แต่ข้อเสนอดังกล่าวถูกปฏิเสธจากคณะกรรมการกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน

๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ นายสมัย ภักดิ์มี ได้รับการติดต่อเป็นการส่วนตัวจากคนสนิทของนายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับ การขอให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้านเปิดกำแพงที่ปิดกั้นถนนระหว่างเส้นทางตัดเข้าหมู่บ้านนาหนองบงหมู่ที่ ๓กับทางขึ้นโรงงานเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัดและจะขอผ่านเส้นทางถนนสาธารณของชุมชน แต่ไม่ได้ผล นายสมัย ภักดิ์มี ปฏิเสธที่จะพูดคุย

จนกระทั่งนายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ ลงทุนติดต่อทางโทรศัพท์โดยตัวเอง นายสมัย ภักดิ์มี ตัดสินใจและนำสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเข้าร่วมจำนวน ๗ คนฟังการเจรจาพูดคุยด้วยนายสมัย ภักดิ์มี กล่าวอ้างว่า ตนไม่มีอำนาจในการเจรจา และการตัดสินใจขึ้นอยู่สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน ผลการเจรจาต้องยุติลง

๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๓:๐๐ น. มีการส่งนายหน้าเข้ามาเจรจากับผู้อาวุโสที่ได้รับการยอมรับนับถือของหมู่บ้านในยามวิกาล เพื่อให้ผู้ซื้อแร่ทองแดงจาก บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ขนแร่ผ่านเส้นทางถนนสาธารณของชุมชน ที่มีระเบียบชุมชนห้ามรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ๑๕ ตันใช้ทาง โดยยื่นข้อเสนอจะยกฟ้อง ๓ คดีอาญาซึ่งชาวบ้านจะต้องไปขึ้นศาลในวันที่ ๒๘เมษายนนี้การเจรจาถูกปฏิเสธเช่นเคย จากแกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้าน

๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๗:๐๐ น.รถเครน ๑คันวิ่งผ่านทางเข้าไปยังเหมืองทอง ตามด้วยรถบรรทุก ๑๘ล้อ ๔คัน รถปิดบังป้ายทะเบียนอีกไม่ต่ำกว่า ๓คันวิ่งเข้าออกระหว่างเหมืองทองกับหมู่บ้านตลอดวัน 

จากนั้น ประมาณ ๙:๐๐ น. พล.ท.ปรเมษฐ์ ป้อมนาค และผู้ติดตามชายฉกรรจ์อีก ๑๖ คน (๔ คนใน ๑๖ คนอ้างว่าเป็นทหาร) ได้นำขบวนรถ โดยหนึ่งในขบวนรถ มีรถตู้หมายเลขทะเบียน ฮก ๔๗๐๐ กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนในชื่อ พันโท ปรมินทร์ ป้อมนาค เข้ามายังหมู่บ้านนาหนองบงคุ้มใหญ่ เมื่อบุกเข้าไปยังบ้านของ นายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ แกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้อ้างถึงความเกี่ยวพันกับคนในตระกูลทิมสุวรรณที่มีสายสัมพันธ์ต่อกันอย่างแน่นแฟ้น แสดงอาการข่มขู่คุกคามประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดรวม ๓๐ คน และผู้สืบข่าวที่มาปฏิบัติหน้าที่และพบเห็นเหตุการณ์ ก่อนจะยื่นข้อเจรจา จะขนแร่ทองแดงออกจากเหมืองโดยละมุนละม่อมผิดกับพฤติกรรมและถ้อยคำที่ใช้เพื่อบีบคั้นจะเอาคำตอบให้ได้จากแกนนำ จึงเป็นเหตุผลให้ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดปิดด่านตรวจรถบรรทุกที่ผิดระเบียบชุมชน ผิดกฎหมายจราจรที่ห้ามรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ๒๐ ตัน ใช้ทางหลวงชนบท และเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรงที่ส่อเค้าคุกคามแกนนำกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดและประชาชนในหมู่บ้าน

ในคืนวันนั้นชาวบ้านกลุ่มรักษ์บ้านเกิด ๖หมู่บ้านรวมตัวประชุมใหญ่ มติที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือ ไม่อนุญาตให้รถบรรทุกเกิน ๑๕ตันใช้ถนนสาธารณะร่วมกับชุมชน และให้เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย(*วันที่ ๒๓พลโทปรเมษฐ์ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ กลับคำว่า ตัวเองเป็นคนซื้อแร่)

๒๒เมษายน ๒๕๕๗ เวลาประมาณ ๑๑:๐๐ น. นายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์ อ้างตัวเป็นผู้แทนเจรจาจาก บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อ ยื่นข้อเสนอให้ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเปิดการเจรจากับทุ่งคำอีกครั้ง

โดยหลังการยื่นข้อเสนอเรื่องเจรจา นายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์ ได้โทรศัพท์มายังทีมเจรจาของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดอีกครั้ง เพื่อแสดงเจตนาว่าจะขนแร่ทองแดงออกจากเหมืองโดยละมุนละม่อม

ตัวแทนในการเจรจาของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ตั้งเงื่อนไขก่อนที่จะมีการเจรจา ให้ทุ่งคำรับประกันว่า จะไม่มีการขนแร่ทองแดงก่อนการเจรจา ให้เปิดเผยบริษัทผู้ซื้อแร่ ให้แสดงสัญญาซื้อขายแร่ระหว่างทุ่งคำกับคู่สัญญา ให้แสดงใบอนุญาตขนแร่ที่ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และให้ผู้ที่จะมาเจรจามีเอกสารบันทึกการประชุมของกรรมการบริษัทที่มอบอำนาจในการตัดสินใจเด็ดขาดมาแสดง

๒๔ เมษายน ๒๕๕๗ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้ยื่นหนังสือ ขอให้ อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ดำเนินการตรวจสอบใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ได้รับหนังสือจาก อุตสาหกรรมจังหวัดเลย ที่ ลย. ๐๐๓๓(๒)/๐๘๕๒ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๗ จากการตรวจสอบของอุตสาหกรรมจังหวัดเลย เนื้อความว่า บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ขออนุญาตขนแร่ทองแดง มีทองคำและเงินเจือปน จำวน ๔๗๖ เมตริกตัน โดยใช้รถบรรทุก ๑๕ คัน ไปยังสถานที่เก็บแร่ที่ ๒/๒๕๕๗ ของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ๒๙๔/๓ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย ได้ออกใบอนุญาตขนแร่เลขที่ ๐๑๙๓๐ – ๐๑๙๔๔ โดยมีอายุวันที่ ๒๒ – ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รายงานจากผู้สืบข่าวหนังสือพิมพิ์ The Nation ว่าบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้รับใบอนุญาตจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ในวันที่ ๑๖ ถึง ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นการให้สัมภาษณ์จากอธิบดีกรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

คืนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ต่อเนื่อง เช้าวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ๖ หมู่บ้านได้ถูกกองกำลังเถื่อนติดอาวุธ ประมาณ ๓๐๐ คน เข้ามาปิดล้อมหมู่บ้าน ทำลายกำแพงใจ และได้ขู่ฆ่า กักขัง โดยมัดมือไขว้หลังให้คว่ำหน้ากับพื้น และรุมซ้อมทรมานทำร้ายร่างกายไม่เว้นผู้หญิงและคนชรา จำนวน ๔๐ คน รวม ๗ ชั่วโมง โดยมีแผนการ คนสั่งการ และลักษณะของการปฏิบัติการคล้ายการจู่โจมของทหาร เพื่อเปิดทางในการขนแร่ทองแดงของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เป็นเหตุให้ประชาชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด บาดเจ็บหลายสิบราย ถูกขโมยและทรัพย์สินถูกทำลาย โดยไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือในขณะเกิดเหตุ
รายละเอียดของเหตุการณ์

๒๒:๐๐ น. รถตู้ต้องสงสัย ๕ คันวิ่งเข้ามาจอดบริเวณด่านตรวจจุดแรกของทางเข้าหมู่บ้าน (ว. ๑)(ว. ๑ ว.๒ ว.๓ หมายถึงจุดตรวจที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓)

๒๒:๓๐ น. กลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธปืน มีด ไม้อย่างต่ำ ๓๐๐ คน นำโดยพลโทปรมินทร์ ป้อมนาค เริ่มกระจายกำลังเข้าปิดล้อมหมู่บ้าน และยึดจุดตรวจ ว.๑ ซ้อมทารุณและจับมัดชาวบ้านที่อยู่ในจุดตรวจเป็นตัวประกัน ๖คน ส่วนนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ที่เดินทางไปช่วยชาวบ้านได้ถูกจับซ้อมและใส่กุญแจมือกุมขังไว้ในบริเวณที่พลโทปรมินทร์ บัญชาการอยู่โดยขณะปฏิบัติการมีการยิงปืนเพื่อข่มขู่ชาวบ้านที่พยายามจะเข้ามาช่วยตัวประกันเป็นระยะๆ ทั้งนี้ในขณะปฏิบัติการอยู่นั้น มีการติดต่อสื่อสารกับคนชื่อ นาย “อู๋” ตลอดเวลา (“อู๋” ชื่อเล่นของนายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์)

๒๒:๓๐ – ๒๔:๐๐ น.มีการนำกำลังเสริมกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินทางมาพร้อมกับรถบรรทุก ๒คันแรก เพื่อบุกเข้าด่านตรวจจุดที่สอง ยึดด่านตรวจ ว.๒ มีการขู่จะฆ่า ซ้อมทารุณ และจับมัดชาวบ้านไว้ในจุดตรวจเป็นตัวประกัน ๒๒คน ต่อมากองกำลังอีกชุด ได้เข้ายึดด่านตรวจ ว.๓ที่มีการสร้างกำแพงของหมู่บ้าน มีการขู่จะฆ่า ซ้อมทารุณ และจับมัดชาวบ้านเป็นตัวประกันไว้ในจุดตรวจ ๑๐คน หลังจากนั้นมีการนำรถไถลงมาจากเหมือง ทำลายกำแพง จากนั้นรถบรรทุก ๑๘ล้อ (ประมาณ ๑๓คันวิ่งผ่านขึ้นไปยังเหมือง)ทั้งนี้ในขณะกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธกำลังปฏิบัติการ มีการยิงปืนเพื่อข่มขู่ชาวบ้านที่พยายามจะเข้าไปช่วยตัวประกันเป็นระยะๆ โดยกองกำลังอีกเป็นจำนวนมากที่ซุ่มอยู่ในป่าและบริเวณถนน เพื่อตรึงชาวบ้านในหมู่บ้านไม่ให้รวมตัวกันออกมาช่วยตัวประกันได้

๒๔:๐๐ น. ชาวบ้านพยายามโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, พ.ต.อ.สมชาย ศรีคำแดง ผกก.สภ.วังสะพุง, พล.ต.ต. ศักดิ์ดา วงศ์ศิริยานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเลย, นายบรรบต ยาฟอง นายอำเภอวังสะพุง รวมถึงสายด่วน แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ๑๙๑ และ๑๖๖๙ แจ้งเหตุฉุกเฉิน-อุบัติเหตุ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่รถขนแร่ ๓คันแรก พร้อมกองกำลังคุ้มกันขบวนรถ เริ่มวิ่งออกจากหมู่บ้าน 

๐๑:๐๐ น. รถ ๑๖๖๙ วิ่งเข้ามาแล้วโดนกลุ่มโจรยิงขู่จึงเข้าพื้นที่ไม่ได้และกลับไป

๐๑:๒๐ น. รถตำรวจวิ่งเข้ามา แล้ววนออกไป ไม่นานตำรวจชุมชนเข้ามาอีก ๒ คน ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาทีแล้วกลับ

๐๔.๓๐- ๐๕.๐๐ น. รถบรรทุกแร่คันสุดท้ายวิ่งออกจากหมู่บ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดทยอยถอนกำลังออก ส่วนรถตำรวจมาทางบ้านปากปวน อยู่หลัง ว.๑ มาประมาณ ๕ นาที แล้วกลับ รถฉุกเฉิน ๑๖๖๙ วิ่งเข้ามารับคนเจ็บไปโรงพยาบาล

ประมาณ ๐๙:๐๐ น. ชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ ๘คนแรกไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.วังสะพุง

๒๒พฤษภาคม ๒๕๕๗ รวมชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บ ๒๘คนที่ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.วังสะพุง

๒๓พฤษภาคม ๒๕๕๗ สภ.วังสะพุงแจ้งว่ามีการออกหมายจับ พันโทปรมินทร์ ป้อมนาค และพลเรือนอีกหนึ่งคน

ภาพโดย : เริงฤทธิ์ คงเมือง

20142705221710.jpg20142705221714.jpg20142705221716.jpg20142705221719.jpg20142705221721.jpg20142705221724.jpg20142705221727.jpg20142705221731.jpg20142705221734.jpg20142705221737.jpg20142705221740.jpg20142705221744.jpg20142705221747.jpg20142705221752.jpg