ถ้าโลกนี้ไม่มีการอุ้มหาย: การแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ ผ่านวาระ 2 ปีการหายตัวไปของอ้ายสมบัด

ถ้าโลกนี้ไม่มีการอุ้มหาย: การแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ ผ่านวาระ 2 ปีการหายตัวไปของอ้ายสมบัด

ถ้าโลกนี้ไม่มีการอุ้มหาย: การแสดงพลังของคนรุ่นใหม่ ผ่านวาระ 2 ปีการหายตัวไปของอ้ายสมบัด 

สองปีแล้ว ‘สมบัด สมพอน’ ก็ยังไม่กลับมา สมควรแก่เวลาที่คนรุ่นใหม่จะร่วมกันสร้างสังคมที่ใฝ่ฝัน, สังคมแห่งสันติภาพ?

นี่คือบทสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่กลุ่ม Sombath Somphone and Beyond Project

12 ธันวาคม 2557, บันทึกไว้ด้วยจิตคารวะ

……….

“มาถึงวาระสองปีของสมบัด สมพอน เราคิดว่าเราก็ต้องบอกสังคมอีกรอบหนึ่งว่า เขายังหายไปอยู่นะ มันไม่ใช่แค่สมบัดที่หายไป ทนายสมชาย นีละไพจิตร หรือว่าบิลลี่ที่เพิ่งหายไปก่อนหน้านี้ไม่นาน ขณะที่การหายไปยังมีอยู่ต่อเนื่อง เราก็คิดว่าเราอยากจะสื่อสารกับสังคมต่อ ว่าเรายังอยู่ในโลกใบนี้อยู่ โลกที่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นกับพวกเราทุกวันทุกวัน มีคนที่หายไปทุกวันทุกวัน แล้วพวกเราจะทำอะไรได้บ้าง ในฐานะคนหนุ่มสาวเราก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เราไม่อยากเห็น”

ถ้าได้เห็นรอยยิ้มขณะให้สัมภาษณ์ของ ‘เอ๋ ศิริพร ฉายเพ็ชร’ จะสัมผัสได้ว่ามันคือรอยยิ้มที่เชื่อในพลังของคนหนุ่มสาว รอยยิ้มที่เชื่อในพลังของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ได้

ไม่ใช่แค่เชื่อ เอ๋และคนรุ่นใหม่อีกหลายคนกำลังลงมือทำ

งาน “รำลึก 2 ปี การถูกทำให้หายไปของสมบัด สมพอน (2 years I remember)”  ถูกสร้างสรรค์ด้วยพลังของคนรุ่นใหม่ที่มารวมตัวด้วยจุดยืนเดียวกัน คือ พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการอุ้มหาย และที่สำคัญ พวกเขาเชื่อในสันติภาพ

งานครบรอบสองปีครั้งนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมโบกรถจากกรุงเทพฯ ไปหนองคายในวันที่ 13-14 ธันวาคม เพื่อทำกิจกรรมริมฝั่งโขง ชายแดนไทย-ลาว และงานเสวนาในวันที่ 15 ที่จะมีการสนทนาพูดคุยกับคนในครอบครัวของสมบัด สมพอน, สมชาย นีละไพจิตร และ บิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ ที่จะมาบอกเล่าชีวิต ความคิด และความฝันของคนที่หายไป ภายใต้หัวข้อ “ถ้าโลกนี้ไม่มีการอุ้มหาย… Imagine there’s no abduction…” หัวข้อที่เชื้อเชิญทุกจินตนาการมาร่วมกันแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างสังคมใหม่ที่เต็มไปด้วยสันติภาพและปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน

20141312200547.jpg

“เรามองว่าการโบกรถมันเป็นเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ มันเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ มันเป็นเรื่องของการไว้วางใจคนในสังคม และเราอยากจะจินตนาการว่า ถ้าโลกนี้มันไม่มีการอุ้มหาย มันก็คงจะดีนะ ถ้าโลกนี้มันไม่มีการอุ้มหาย เราก็จะเดินทางไปได้โดยที่ไม่ต้องระแวดระวังใครใช่ไหม”

ศักดิ์สินี เอมะศิริ หรือ หญิง อธิบายถึงแนวคิดและที่มาของกิจกรรมโบกรถจากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย “ทีมโบกรถ” เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการถูกทำให้หายไปของอ้ายสมบัด และต่อไปนี้คือถ้อยคำของ บอส เมื่อย และแพร ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ร่วมอยู่ในการโบกรถตามหาสันติภาพครั้งนี้

“ตัวผมเองไม่ได้เป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดกับคนที่หายไป แต่ว่าทุกคนเป็นเหมือนกันหมดตรงที่ว่าพอเราได้ยินเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ทุกๆ คนเกิดมาพร้อมกับเจตจำนงในการที่จะกำหนดชีวิตของตัวเองอยู่แล้ว แต่เรื่องของการอุ้มหายมันสะเทือนใจยิ่งไปกว่านั้น มากไปกว่าการไม่มีสิทธิ์พูด คิด หรือแสดงออกทางความคิดเห็น แต่มันเป็นเรื่องของการไม่มีสิทธิ์แม้จะมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ทั้งๆ ที่ เราคนนึงควรมีสิทธิ์ พอได้ยินเรื่องนี้ แล้วเรามีโอกาสที่จะได้ช่วยหรือทำอะไรได้บ้าง ผมเลยมาอยู่จุดนี้” – บอส ธนนาจ สิริยากุล

“…งานที่เราทำมันเป็นการต่อยอด มันเป็นงานที่มีแรงบันดาลใจจากการที่เราได้เห็นคนรุ่นก่อนๆ อย่างลุงสมบัด หรือทนายสมชาย หรือหลายๆ คนที่เขาพยายามสร้างสังคมที่เราฝันไว้ว่ามันจะมีแต่สันติภาพ มันจะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น การหายไปของลุงสมบัดมากระตุ้นให้พวกเราได้มองลึกเข้าไปในตัวเอง ว่าเราจะสามารถสร้างโลกที่มันมีแต่สันติภาพขึ้นมาได้ยังไง มันกลายเป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจให้เรามีความมุ่งมั่นแล้วก็มั่นใจมากขึ้นในสิ่งที่เราทำ” – แพร อารียา ติวะสุระเดช

“… ถึงแม้ว่าวันหนึ่งตัวเขาอาจจะไม่ได้กลับมา แต่สิ่งหนึ่งที่กลับมาคืออุดมการณ์และจิตวิญญาณของนักพัฒนาที่จะกลับมาสู่เยาวชนรุ่นหลังๆ ต่อไป” – เมื่อย กฤษฎาธาร พันทวัน

ท่ามกลางความมืดมนของการตามหาตัวสมบัด สมพอน คนหนุ่มสาวกลุ่มนี้กลับกำลังเปล่งแสงสว่างออกมาจากหัวใจของตัวเอง ไม่ว่าสมบัด สมพอนจะอยู่ที่ใดในโลกใบนี้ หากเพียงแต่เขาได้รับรู้ เขาคงดีใจที่อุดมการณ์และความเชื่อในการพัฒนาเยาวชนและคนหนุ่มสาวของเขากำลังถูกสานต่อ และจะดำเนินไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแสงสว่างจากคนรุ่นใหม่คนหนึ่ง จะช่วยจุดแสงสว่างในตัวคนรุ่นใหม่คนอื่นๆ และหากวันนั้นมาถึง โลกใบนี้ก็คงจะสว่างไสวไปด้วยพลังจากหัวใจของคนหนุ่มสาว

“ความหวังของโลกใหม่อยู่ที่ตัวเธอ ผู้ซึ่งเริ่มมองเห็นว่าอะไรเป็นสิ่งผิด และทำการปฏิวัติล้มล้างสิ่งผิด มิใช่การปฏิวัติด้วยคำพูดเท่านั้น แต่จะต้องลงมือกระทำ… มีเพียงการเติบโตในเสรีภาพเท่านั้น จึงอาจจะทำให้เธอสามารถสร้างโลกใหม่” กฤษณมูรติ, แด่หนุ่มสาว

โดย วิรดา แซ่ลิ่ม

รายละเอียดงานเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/events/844777542229950/

 ABOUT THE AUTHOR