ภาค ปชช.ภาคใต้ประกาศปฏิญญา 30 ปีพัฒนาสู่ภูมิภาคสีเขียว ปกป้องสิทธิชุมชนสู่สันติภาพยั่งยืน

ภาค ปชช.ภาคใต้ประกาศปฏิญญา 30 ปีพัฒนาสู่ภูมิภาคสีเขียว ปกป้องสิทธิชุมชนสู่สันติภาพยั่งยืน

มูฮำหมัด ดือราแม โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ (DSJ)

องค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ประกาศปฏิญญา 30 ปีพัฒนาสู่ภูมิภาคสีเขียว ปกป้องสิทธิชุมชน สันติภาพยังยืน ในงาน “30 กป.อพช.ใต้ บทเรียนการเคลื่อนไหวประชาชนภาคใต้ ก่อเกิดรูปธรรมการพึ่งตนเองหลายประเด็น พร้อมขับเคลื่อนต่อสู่การจัดการตนเองอย่างเข้มแข็ง ยืนยันภาคใต้อยู่ได้บนฐานทรัพยากรที่มีจริง ไม่จำเป็นต้องพึ่งอุตสาหกรรมหนัก จี้รัฐยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ หยุดใช้ ม.44 สร้างเงื่อนไข และรัฐธรรมนูญฉบับประชามติตัดสิทธิชุมชนให้น้อยลงไม่ใช่หลักประชาธิปไตยโดยประชาชน

20163006215734.jpg
ภาพถ่ายโดย ฮาริ บัณฑิตา

วันที่ 30 มิถุนายน 2559 ที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา อ.เมือง จ.สงขลา คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ หรือ กป.อพช.ใต้ ได้ประกาศ “ปฏิญญา 30 ปี กป.อพช.ใต้ ภาคใต้การพัฒนาสู่ภูมิภาคสีเขียว” เป็นกิจกรรมปิดงาน “30 กป.อพช.ใต้ บทเรียนการเคลื่อนไหวประชาชนภาคใต้ (ชุมคน ชุมชน คนใต้)” ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2559 เป็นต้นมา โดยมีตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ)สมาชิกเครือข่ายกว่า 20 องค์กร และตัวแทนชุมชนต่างๆทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งนักวิชาการและสื่อมวลชนสำนักต่างๆ เข้าร่วมกว่า 500 คน

โดยนายสมบูรณ์ คำแหง เลขาธิการ กป.อพช.ใต้ เป็นผู้นำอ่านปฏิญญาดังกล่าว โดยมีใจความสรุปว่า 30 ปีแห่งการลุกขึ้นมาจัดการตนเองของชุมชนภาคใต้ได้ก่อเกิดรูปธรรมการพึ่งตนเองในหลายประเด็น เช่น การจัดการประมง ทรัพยากรทะเลชายฝั่ง ที่ดิน พลังงาน น้ำ ระบบเกษตรทางเลือกที่ยั่งยืน เป็นต้น และก่อเกิดนวัตกรรมการจัดการมากมายจนสามารถสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ นิเวศวัฒนธรรม ท่ามกลางภัยคุกคามนานัปการอย่างรุนแรงตลอดมา จากกระแสทุนและกลไกของรัฐเองที่เข้ามาแย่งชิงทรัพยากรสนองประโยชน์บนฐานการไม่เคารพกันและกัน

“หาก 30 ปีที่ผ่านมาไม่มีปฏิบัติการของชุมชนในการยับยั้งภัยคุกคามและสร้างรูปธรรมการจัดการตนเอง ภาพของภาคใต้วันนี้อาจจะไม่เป็นเช่นที่เราเห็นทุกวันนี้”

ปฏิญญาดังกล่าวยังยืนยันด้วยว่า 1.เราจะสร้างปฏิบัติการการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและระบบเกษตรทางเลือก การปกป้องสิทธิชุมชน ชาติพันธุ์ ผู้บริโภคและสันติภาพสามจังหวัดชายแดนใต้ ต่อเนื่องเพื่อสร้างความสุขและความสมดุลแก่ชีวิตของคนภาคใต้ แม้อำนาจรัฐและทุนจะคุกคามมากขึ้นทุกวัน

2.เราจะสร้างรูปธรรมการจัดการด้านพลังงานของภาคใต้ให้สามารถพึ่งตนเองได้โดยจะขับเคลื่อนต่อเนื่องกันไป และคาดว่าภายในอีก 5 ปีข้างหน้าโซล่าเซลล์จะเกิดขึ้นทั่วทั้งภาคใต้

3.เราจะสร้างความร่วมมือของประชาชน วิชาการ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน ในการขับเคลื่อนภาคใต้ไปสู่การจัดการตนเองอย่างเข้มแข็งยั่งยืน บนฐานทรัพยากรที่เรามีอยู่จริง

ปฏิญญาฉบับนี้ยังระบุด้วยว่า ภาคใต้มีศักยภาพในการจัดการตนเองได้ ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างทางเศรษฐกิจของภาคใต้ขึ้นอยู่กับการเกษตร ประมง ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งสามารถจ้างงานได้อย่างมหาศาล เป็นภูมิภาคที่มีรายได้ลำดับต้นของประเทศ หากภาครัฐและกลุ่มทุนจะเข้ามาจัดการก็ต้องปฏิบัติตามคำเรียกร้องโดยสรุป ดังนี้

1.ต้องยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในทุกพื้นที่ของภาคใต้ เพราะทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วว่ามลพิษจากถ่านหินคือฆาตกรเงียบที่ฆาตกรรมมนุษย์มาแล้วไม่น้อย

2.ยกเลิกโครงการพัฒนาขนาดใหญ่และการสร้างอุตสาหกรรมหนัก นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เส้นทางขนส่งแลนบริดจ์ซึ่งจะส่งผลต่อการทำลายฐานทรัพยากรที่สำคัญตลอดชายฝั่งทะเลภาคใต้

3.หยุดการใช้อำนาจพิเศษโดยเฉพาะ ม.44 เพื่อออกคำสั่ง สร้างกฎหมายที่จะสร้างเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การเกิดขึ้นของโครงการหรือกิจกรรมที่จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อฐานทรัพยากรโดยรวมของภาคใต้

4.รัฐธรรมนูญฉบับที่จะลงประชามติ มีประเด็นสิทธิชุมชนอ่อนด้อยลงกว่ารับธรรมนูญฉบับปี 2550 รวมถึงการจำกัดเสรีภาพชุมชน การเพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชนในหลายมาตรา ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยโดยประชาชน

ปฏิญญายังระบุว่า “เรากำหนดอนาคตการพัฒนาของเราได้ หากรัฐไม่คิดทำลายเราด้วยการสร้างรูปแบบการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม และการออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เราจึงขอยืนยันในสิ่งที่ได้ทำมาแล้ว และจะดำเนินการเช่นนี้ต่อไป เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจภาคใต้ได้พิสูจน์มาแล้วว่าการทำเกษตร ประมง ท่องเที่ยว สามารถสร้างสมดุลชีวิตได้มากกว่าการพัฒนาให้เป็นแผ่นดินมลพิษจากการอุตสาหกรรมหนัก เราจึงขอประกาศว่าภาคใต้จะเป็นภูมิภาคที่จะพัฒนาไปสู่การพัฒนาสีเขียว”

คำประกาศปฏิญญา

ปฏิญญา ๓๐ ปี กป.อพช.ใต้
ภาคใต้การพัฒนาสู่ภูมิภาคสีเขียว

          ๓๐ ปีแห่งการลุกขึ้นมาจัดการตนเองของชุมชนภาคใต้ ได้ก่อเกิดรูปธรรมการพึ่งตนเองในหลากหลายประเด็น เช่น การจัดการประมง และทรัพยากรทะเลชายฝั่ง การจัดการที่ดิน การจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ การสร้างรูปธรรมระบบเกษตรทางเลือกที่ยั่งยืน เป็นต้น และ ๓๐ ปี ที่ผ่านมาได้ก่อเกิดนวัตกรรมการจัดการมากมายจนสามารถสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ นิเวศวัฒนธรรม ท่ามกลางภัยคุกคามนานัปการที่รุกเร้าภาคใต้อย่างรุนแรงตลอดมา  หาก ๓๐ ปี ที่ผ่านมาไม่มีปฏิบัติการของชุมชนในการยับยั้งภัยคุกคามและสร้างรูปธรรมการจัดการตนเอง ภาพของภาคใต้วันนี้อาจจะไม่เป็นเช่นที่เราเห็นทุกวันนี้

          เรายืนยันว่า ๓๐ปีที่ผ่านมาเป็นการเดินทางบนความยากลำบาก ด้วยกระแสแห่งทุนและกลไกของรัฐเองที่ถาโถมเข้ามาเพื่อการแย่งชิงการใช้ทรัพยากรสนองประโยชน์บนฐานการไม่เคารพกันและกัน แต่เรายืนยันว่าเส้นทางสายนี้คือทางเดินที่ถูกต้อง มีแต่การลุกขึ้นมาจัดการตนเองบนความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่จะสามารถเข้าใจบริบทและก่อเกิดการจัดการที่ไม่ทำลายล้าง เราจึงยืนยันว่า

๑.เราจะสร้างปฏิบัติการ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้  สายน้ำ ทะเล ที่ดินและระบบเกษตรทางเลือก รวมถึงการปกป้องสิทธิชุมชน ชาติพันธุ์ ผู้บริโภคและความสงบสุขสันติภาพของพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ต่อเนื่องจากเดิมเพื่อสร้างความสุขและความสมดุลแก่ชีวิตของคนภาคใต้แม้ว่าอำนาจรัฐและทุนจะคุกคามเรามากขึ้นทุกวัน

๒.เราจะสร้างรูปธรรมการจัดการด้านพลังงานของภาคใต้ให้สามารถพึ่งตนเองได้โดยจะขับเคลื่อนต่อเนื่องกันไปนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปและคาดว่าภายในอีก ๕ ปีข้างหน้าโซล่าเซลล์จะเกิดขึ้นทั่วทั้งภาคใต้

๓.เราจะสร้างความร่วมมือของประชาชน วิชาการ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน ในการขับเคลื่อนภาคใต้ไปสู่การจัดการตนเองอย่างเข้มแข็งยั่งยืน บนฐานทรัพยากรที่เรามีอยู่จริง

          เราเชื่อว่าภาคใต้มีศักยภาพในการจัดการตนเองได้ เพราะพื้นฐานของสภาพทางภูมิศาสตร์ และทุนแห่งรูปธรรมการจัดการที่สรรสร้างมาอย่างยาวนาน  จะสามารถนำเราไปสู่วันข้างหน้าได้อย่างเข้มแข็ง ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างทางเศรษฐกิจของภาคใต้ขึ้นอยู่กับการเกษตร ประมง ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งสามารถจ้างงานได้อย่างมหาศาล และยิ่งเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังเป็นภูมิภาคที่มีรายได้ลำดับต้นของประเทศและเป็นภูมิภาคที่มีความสุขและความพึงพอใจสูงสุดของประเทศ เราจึงขอยืนยันว่าเราสามารดำรงชีวิตในวันนี้ และจะไปสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงภายใต้พื้นฐานที่มีอยู่ หากภาครัฐและกลุ่มทุนจะต้องเคารพการตัดสินใจ และออกแบบการดำเนินชีวิตของเราเอง ทั้งนี้จะต้องปฏิบัติตามคำเรียกร้องเราดังนี้

๑.ต้องยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในทุกพื้นที่ของภาคใต้  เพราะทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วว่ามลพิษจากถ่านหินคือฆาตรกรเงียบที่ฆาตรกรรมมนุษย์มาแล้วไม่น้อย ทั้งยังทำลายสิ่งแวดล้อมจนย่อยยับมาแล้วทั่วโลก การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงเท่ากับเป็นการทำลายศักยภาพของภาคใต้โดยตรงอย่างเลือดเย็น

๒.ยกเลิกโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ และการสร้างอุตสาหกรรมหนัก นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เส้นทางขนส่งแลนบริดส์ซึ่งจะส่งผลต่อการทำลายฐานทรัพยากรที่สำคัญตลอดชายฝั่งทะเลภาคใต้ อันเป็นความไม่สอดคล้องกับศักยภาพของภาคใต้ที่มีอยู่ และจะนำไปสู่การทำลายความมั่นคงยั่งยืนทางเศรษฐกิจของคนใต้ในระยะยาว

๓.หยุดการใช้อำนาจพิเศษ โดยเฉพาะ ม.๔๔ เพื่อออกคำสั่ง สร้างกฎหมายที่จะสร้างเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การเกิดขึ้นของโครงการ หรือกิจกรรมที่จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อฐานทรัพยากรโดยรวมของภาคใต้

๔.รัฐธรรมนูญฉบับที่จะลงประชามติ ประเด็นสิทธิชุมชนอ่อนด้อยลงกว่ารับธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เนื้อหาสำคัญส่วนหนึ่งหายไปคือ “สิทธิที่จะดำรงชีพอยู่ได้อย่างปรกติและต่อเนื่องสิ่งแวดล้อมที่ไม่ก่อให้อันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพหรือคุณภาพชีวิตของตนย่อมได้รับการคุ้มครอง…” รวมถึงการจำกัดเสรีภาพการชุมชน การได้รับข้อมูลข่าวสารสาธารณะซึ่งเป็นการเพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชน หลายมาตราด้วยการเพิ่มข้อความ “ตามสิทธิที่กฎหมายบัญญัติ” และ “อำนาจแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ…” โครงสร้างอำนาจอธิปไตยในการบริหารประเทศทั้งบริหาร นิติบัญญัติและองค์การอิสระ ไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยโดยประชาชน

          เรากำหนดอนาคตการพัฒนาของเราได้ หากรัฐไม่คิดทำลายเราด้วยการสร้างรูปแบบการพัฒนาที่ไม่เหมาะสม และการออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม  เราจึงขอยืนยันในสิ่งที่ได้ทำมาแล้ว และจะดำเนินการเช่นนี้ต่อไป เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจภาคใต้ได้พิสูจน์มาแล้วว่าการทำเกษตร ประมง ท่องเที่ยว สามารถสร้างสมดุลชีวิตได้มากกว่าการพัฒนาให้เป็นแผ่นดินมลพิษจากการอุตสาหกรรมหนัก เราจึงขอประกาศว่าภาคใต้จะเป็นภูมิภาคที่จะพัฒนาไปสู่การพัฒนาสีเขียว

          เราขอประกาศที่จะยืนยันในท่าทีดังกล่าวนี้อย่างมุ่งมั่นร่วมกัน ผ่านกระบวนการเชื่อมร้อยเครือข่ายคนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐที่เราไม่ต้องการ และจะประสานความร่วมมือระหว่างกันเพื่อสร้างรูปธรรมการพัฒนาที่จะนำพาภาคใต้ไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนต่อไป ภายใต้แนวคิดการพัฒนาภาคใต้สู่สีเขียว และเราขอประกาศว่าเราจะร่วมมือกันที่จะต่อสู้กับทุกอำนาจที่ไม่ชอบธรรมทุกรูปแบบที่จะเข้ามาทำลายความเป็นภาคใต้ของเราอย่างถึงที่สุด

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้
๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

 

เผยแพร่ครั้งแรก
เอ็นจิโอภาคใต้ประกาศปฏิญญา 30 ปีพัฒนาสู่ภูมิภาคสีเขียว ปกป้องสิทธิชุมชน สันติภาพยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชุมคน ชุมชน คนใต้: สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตที่ควรจะเป็น

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง