ภาคประชาชนเชียงรายตั้งศูนย์ประสานงานชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

ภาคประชาชนเชียงรายตั้งศูนย์ประสานงานชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

ภาคประชาชนเชียงราย รวมตัวกันตั้งศูนย์ประสานงานชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ   ลงสำรวจพื้นที่เก็บข้อมูลความเสียหายและผู้ประสบภัย  พบชาวบ้านยังหวาดระแวง ไม่กล้าเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนที่ร้าวเพราะยังมีอาฟเตอร์ช็อคต่อเนื่อง ระดมอาสาสมัครแบ่งงานกันทำ  เปิดบัญชีระดมทุนช่วยเหลือ

กรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 ริกเตอร์ ศูนย์กลางที่ อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของประเทศ และยังมีอาฟเตอร์ช็อคตามมาอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้  ซึ่งส่งผลต่อความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน  อาคารสาธารณะสำคัญหลายแห่ง รวมถึงสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ   ในการนี้ องค์กรภาคประชาสังคมเชียงราย 13 องค์กร ได้หารือเร่งด่วนเพื่อทำงานรับมือปัญหาแผ่นดินไหว ในนามเครือข่ายป้องกันปัญหาภัยพิบัติ จ.เชียงราย โดยจะทำงานกับภาครัฐเพื่อให้มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เน้นงานเยียวยาผู้ประสบภัย ทำข้อมูลความเสียหายของชุมชนต่างๆ ประสานงานนักวิชาการลงตรวจสอบพื้นที่ และระยะยาวคือพัฒนาระบบเตือนภัยและการสื่อสาร 

ทั้งนี้ล่าสุด ได้ตั้งศูนย์ประสานงานชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีแผ่นดินไหวเชียงราย ที่มูลนิธิพัฒนาประชาชนบนพื้นที่สูง โดยพยายามจัดระบบ และเข้าสำรวจข้อมูลในพื้นที่ เพื่อนำมาจัดระบบการช่วยเหลือด้วยภาคประชาชน

 โดยอาสาสมัครจากูลนิธิกระจกเงา  ลงสำรวจชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัย ยังพบว่าชาวบ้านยังอยู่ในอาการหวาดระแวง  กรณีผู้ประสบภัยที่บ้านร้าว ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปนอนในบ้านหากยังไม่มีหน่วยงานใดมาตตรวจสอบและให้ช้อมูลด้านโครงสร้างทางวิศกรรมของบ้าน นอกจากนั้นยังมีแผ่นดินไหว่อเนื่องไม่หยุด และไม่รู้ว่าแผ่นดินไหวจะหยุดเมื่อใด โดยพบว่ามีบ้านที่เสียหายประมาณ 8,000 หลัง

ด้านเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน พอช  สำรวจความเสียหายใน 12 หมู่บ้าน ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พบว่ามีบ้านที่เกิดความเสียหายทั้งหลัง 3 หลัง และอื่นๆ รวม 407 หลังบ้านมั่นคงในพื้นที่ประสบภัย จะมีนักวิศวกรรมโครงสร้างมาสำรวจและประเมินโครงสร้างอาคารสิ่งปลุกสร้าง

นอกจากนั้น บริเวณข่วงศิลปิน ก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งสำนักงานศิลปวีฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำการสำรวจ ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม เพื่อประเมินความเสียหาย

คุณวันเพ็ญ  คีรีแก้ว  ชาวบ้น ต.แม่พริก  อ.แม่ลาว  จ.เชียงราย ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว  พบว่า สภาพบ้านมีรอยร้าว 3 ด้าน  ฝ้าเพดาน 10 กว่าแผ่นหล่นลงมา ขณะที่หล่นลงมีบางแผ่นหล่นโดนลูกชายที่กำลังวิ่งหนี  ทำให้มีแผลถลอก  ส่วนข้างบ้านเสาบ้านที่เป็นปูนหักทั้ง 4 เสา ชาวบ้านได้ช่วยเอาไม้มาพยุงไว้

 หลังจากวันแรกผ่านไปชาวบ้านบางส่วนได้ย้ายออกไปพักที่โบสถ์ในตำบล  ประมาณ40-50 คน  ตอนกลางวันก็จะกลับมาดูบ้านและทำงานต่อเพราะส่วนใหญ่ทำนา สวน)

สิ่งที่คุณวันเพ็ญกังวลคือรอยร้าวที่ลึกขึ้น ยาวขึ้นกว่าเดิม  จากที่มีอาฟเตอร์ช็อคหลายๆครั้ง  ไม่รู้ว่าจะเพิ่มขึ้นกว่านี้อีกหรือไม่และกลัวจะพังลงมา 

“คนแก่ และเด็กจะกลัวและกังวลมาก  ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ  เพราะบ้านที่ร้าวนี้ยังใช้หนี้ที่กู้ยืมจากธนาคารยังไม่หมดก็ต้องคิดเรื่องหาเงินมาซ่อมแซมอีก  สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือความช่วยเหลือเรื่องซ่อมแซมบ้าน”

ด้านการประกาศเตือนภัยขณะนี้  ผู้ใหญ่บ้านจะประกาศเสียงตามสายทุก 2 ชม.ในวันแรกที่แผ่นดินไหว  ให้เได้เตรียมตัว  ขณะที่หมู่บ้านใกล้เคียง  มีรอยแยกที่ถนนและมีน้ำไหลซึมออกมา  ชาวบ้านบอกว่าได้กลิ่นคล้ายกลิ่นแก๊สปนมาด้วยที่บริเวณหมู่บ้านสันกันเฮี้ยว  ต.จอมหมอกแก้ว อ.แม่ลาว  ส่วนที่โรงพยาบาลแม่ลาว    ต้องขนย้ายผู้ป่วยออกมานอนในเต้นท์ด้านหน้า  และมีเต้นท์ที่รับคนไข้นอกและฉุกเฉินอีก 1 เต้นท์

คุณสมหมาย  นพบุรี  ชาวบ้าน  ต.จอมหมอกแก้ว  อ.แม่ลาว จ.เชียงรายบอกว่า  สภาพบ้านของตนที่ได้รับความเสียหายคือผนังแตกร้าว ปูนกะเทาะแยกออกมา ไม่รู้ว่าจะพังลงตอนไหน  ตอนนี้ไม่กล้าเข้าไปในบ้าน  ต้องย้ายไปนอนกันในเล้าไก่  โรงเก็บฟืน  โรงรถ บ้านข้างเคียงก็โดนหนักเบาไม่เท่ากันแต่ทุกครัวเรือนได้รับความเดือดร้อนและเสียหายกันหมด  แม้แต่วัดได้รับความเสียหายหนักคือหลังคาร่วงลงมาหมด  และศาลา พัง 

“ความรู้สึกหดหู่  บอกไม่ถูก  กังวลและนอนผวาทุกคืนแม้กระทั่งเสียงรถมอเตอร์ไซด์ที่ได้ยินประจำก็ทำให้ผวาได้   ชาวบ้านพูดกันเรื่องการทำลายธรรมชาติ  การตัดไม้ทำลายป่า  เป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง  ถูกธรรมชาติลงโทษ”

คุณสมหมายบอกว่า ทางอบต.ได้ช่วยเหลือในเบื้องต้นเรื่องแจกกระเบื้องและสังกะสี  และอาหารซึ่งได้ปลากระป๋องมา 1 ถุง ต้องมีทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไปรับด้วย

คุณสนอง  กำลังประสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ต.แม่พริก  อ.แม่สรวย  จ.เชียงราย บอกว่าหมู่บ้านอยู่บริเวณเหนือเขื่อนแม่สรวย  ไม่ค่อยได้รับผลกระทบที่รุนแรง  แต่มีบ้านที่เกิดผนังร้าว  ชาวบ้านมีอาการเวียนหัวในวันแรกที่ไหวรุนแรง  ในช่วงแรกๆชาวบ้านก็กังวลว่าจะอยู่ไม่ได้  มีบางครอบครัวย้ายไปอยู่บ้านญาติที่อำเภออื่น  แต่ชาวบ้านที่นี่ไม่กังวลเท่าคนที่บ้านอยู่ใต้เขื่อน

“การเตรียมความพร้อมในเบื้องต้นคือประกาศเตือนผ่านหอกระจายข่าวเป็นระยะ  และถ้าหากมีใครเจ็บป่วยหรือได้รับความเสียหายใดๆอีกก็จะมีการประสานงานกับอบต.ที่จะมีหน่วยเคลื่อนที่ประจำอยู่ตลอด”

ด้านคุณ ศุภทัศน์  สังข์ทอง  ต.แม่พริก  อ.แม่สรวย  จ.เชียงราย ซึ่งมีบ้านอยู่บริเวณใต้เขื่อนแม่สรวยบอกว่า  ตอนแรกทั้งตัวเองและชาวบ้านก็รู้สึกกังวลเพราะเขื่อนมีรอยร้าวก่อนหน้านี้ช่วงน้ำท่วมหนักๆ  ก็กลัวว่าแผ่นดินไหวแรงๆจะทำให้เขื่อนพัง   ชาวบ้านบางคนต้องย้ายออกมานอนนอกบ้านและย้ายไปอยู่บ้านญาติ  ที่บ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบรุนแรง  จะมีแค่รอยร้าวและปูนกะเทาะหล่นลงมา  จะเป็นบ้านที่สร้างใหม่ประมาณ 1-2 ปีที่ได้รับผลกระทบ 

ส่วนการเตรียมตัวเรื่องแผ่นดินไหว  ข้อมูลที่ชาวบ้านได้รับนั้นส่วนใหญ่จะรู้จากการดูโทรทัศน์  และลูกหลานก็หาข้อมูลในอินเทอเน็ตมาบอก  แต่ส่วนใหญ่จะรู้ได้เองว่าถ้าแผ่นดินไหวก็ควรอยู่นอกบ้านจะปลอดภัยที่สุด

“ชาวบ้านมีความเครียดกันเพิ่มขึ้น  เพราะแฟนทำงานที่โรงพยาบาลจึงได้รู้ว่ามีผู้ป่วยที่เครียด  กังวล  นอนไม่หลับ  มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่” คุณสุภทัศน์กล่าว

ในวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.นี้  มีการเชิญเครือข่ายภายประชาสังคม ภาคเอกชน และอาสาสมัครเพื่อนองค์กรนักพัฒนา ร่วมเป็นพลังในการดูแลเชียงรายร่วมกัน โดยจะมีการประชุมรับงานและแบ่งงานกันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ในเวลา 14.00 น’ ที่มูลนิธิศึกษาประชาชนบนพื้นที่สูง  นอกจากนั้น ยังได้มีการเชิญชวนร่วมบริจาคเงิน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเชียงรายชื่อบัญชี  มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา เลขที่บัญชี 455-211712-9 ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย

ภาพจากเพจ  แผ่นดินไหวเชียงราย  จดหมายเหตุ
ข้อมูล จากการรวบรวมของศูนย์ประสานงานชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีแผ่นดินไหวเชียงราย

 ABOUT THE AUTHOR

เคยเขียนข่าว สารคดี เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือ เคยรายงานข่าววิทยุ สำนักข่าวไทย อสมท. ตอนนี้เป็นทำงานอยู่สำนักเครือข่ายสื่อพลเมือง ไทยพีบีเอส ทำข่าว ข้อมูล ประสานเครือข่าย ฝีกอบรม สร้างพื้นที่สื่อสารสาธารณะ