รำลึกการต่อสู้ป่าชุมชนดงเค็ง ร้อยเอ็ด ชาวบ้านกว่า 2,000 ร่วมโค่นยูคาฯ ทวงคืนผืนป่า

รำลึกการต่อสู้ป่าชุมชนดงเค็ง ร้อยเอ็ด ชาวบ้านกว่า 2,000 ร่วมโค่นยูคาฯ ทวงคืนผืนป่า

20161708003701.jpg

ศรายุทธ ฤทธิพิณ
สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2559 ผู้เขียน ได้ลงพื้นที่บ้านพนัส ต.ชาณุวรรณ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด มีโอกาสพบกับนายชอบ สุดบ่อนิจ อายุ 71 ปี ประธานป่าชุมชนดงเค็ง เล่าถึงการต่อสู้กว่าจะได้พื้นที่ป่าชุมชนกลับคืนมาว่า ช่วงปี 2533 สำนักงานส่งเสริมการปลูกป่า (กรมป่าไม้) ได้เข้ามาปลูกไม้ยูคาลิปตัส เนื้อที่ 300 ไร่ ภายใต้โครงการพัฒนาป่าไม้ทุ่งกุลาร้องไห้

20161708003803.jpg

เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะปลูกต้นไม้พื้นบ้านเพื่อช่วยฟื้นฟูป่าดงเค็ง และจะเป็นประโยชน์ต่อการบำรุง รักษาป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ก่อนที่จะปลูกเจ้าหน้าที่สวนป่าได้ทำการไถป่าธรรมชาติออกจนโล่งเตียน แต่กลับกลายนำต้นยูคาลิปตัส เข้ามาปลูกแทนที่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้ดำเนินการปลูกเพิ่มอีก 1,700 ไร่ และปี พ.ศ. 2536 ปลูกเพิ่มอีก 700 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 2,857 ไร่

นอกจากชาวบ้านถูกกำจัดสิทธิห้ามเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และห้ามเข้าไปเลี้ยงสัตว์ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นพื้นที่ป่าดงเค็งเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ป่ายูคาฯ เริ่มโตขึ้น ได้สร้างผลกระทบต่อสภาพของหน้าดินที่เกิดความเสื่อมโทรม รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย 

ในช่วงปี 2536 ชาวบ้านจึงเริ่มเคลื่อนไหว เรียกร้องต่อหน่วยงานราชการ ให้ยกเลิกโครงการ เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ชาวบ้านกว่า 2,000 คน จึงร่วมกันชุมนุมคัดค้าน และร่วมแรงร่วมใจกันบุกเข้ารื้อถอนยูคาลิปตัส ออกหมดจนโล่งเตียน และร่วมกันฟื้นฟูป่าชุมชนดงเค็ง ให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

20161708003720.jpg

ปัจจุบันในป่าชุมชนดงเด็ง กว่า 2,857 ไร่ มีพืชสมุนไพรเติบโตขึ้นมามากกมาย สามารถนำมาต้มเป็นยาบำรุงเลือด บำรุงร่างกาย แก้ปวดเมื่อย เป็นต้น เช่น ต้นไม้ดินเดียวหมายถึงในต้นลำเดียวจะมีสูตร 5 กษัตริย์ คือ 1.ราก 2.ลำต้น 3.ใบ 4.หมาก และ 5.เกสร นำทั้งหมดในต้นเดียวมาต้มกินเป็นยาบำรุงเลือด บำรุงร่างกาย

ต้นกำลังเลือดม้า ซึ่งยางของต้นจะมีลักษณะคล้ายเลือด ชาวบ้านจึงเรียกกันว่ากำลังเลือดม้า, ต้นดูกใส คือเนื้อในจะเป็นสีขาว, ต้นตาไก้ หรือกำแพง 7 ชั้น คือเนื้อในจะมีหลายสีขึ้นเรียงกันเป็นชั้นๆ เหมือนกับขนมชั้น

และต้นเอี่ยนค่อน หรือปลาไหลเผือก พันธุ์หยิกบ่ถอง ไม่นานพ่อใหญ่ชอบให้ลองใช้เล็บมือหยิกลงไปที่ใบ ปรากฏว่าแรงเล็บที่กดลงไปหยิกตรงใบเท่าไรก็ไม่ขาด สรรพคุณนำไปต้มเป็นยาบำรุงกำลัง อีกทั้งนำรากส่วนหนึ่งไปผสมกับตัวยาสมุนไพรอื่นๆ (ไม่ระบุเคล็ดลับ) ทำให้สามารถยิงฟันแทงไม่เข้า

พ่อใหญ่ชอบ บอกอีกว่า ชุมชนจะร่วมอนุรักษ์ป่าทุกชนิดไว้ไม่มีการซื้อขายในเชิงธุรกิจ แต่ชาวบ้านสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ 9 หมู่บ้าน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รอบป่าชุมชนดงเค็งใน 3 ตำบล คือ ต.แสนสุข ต.ชาณุวรรณ และต.กุดน้ำใส

นี่แหล่ะครับ การเพิ่มพื้นที่ป่า หรือการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวใจหลักต้องเริ่มจากชุมชน เพราะชุมชนเป็นเจ้าของ หาใช่ว่ารัฐจะมียุทธการทวงคืนผืนป่า แล้วดำเนินการอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่เคารพสิทธิชุมชน หรือศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชุมชนแต่อย่างใดเลย

20161708003741.jpg

 ABOUT THE AUTHOR

Blogtizen เป็นพื้นที่กลางสำหรับเปิดรับงานเขียน บทความ ทัศนะวิจารณ์ สารคดี ผ่านการคัดเลือกดูแลเนื้อหาโดยกองบรรณาธิการเว็บไซต์ โดยสามารถส่งต้นฉบับมาให้เราได้ที่ ctzthaipbs@gmail.com