ลูกจ้างเหมืองทอง อ.วังสะพุง ยื่นหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมเลยกรณีเหมืองทองไม่จ่ายค่าแรง 2 ปีแล้ว

ลูกจ้างเหมืองทอง อ.วังสะพุง ยื่นหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมเลยกรณีเหมืองทองไม่จ่ายค่าแรง 2 ปีแล้ว

ลูกจ้างเหมืองทอง อ.วังสะพุง ยื่นหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมเลย กรณีเหมืองทองไม่จ่ายค่าแรง 2 ปีแล้ว

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 ธันวาคม 2558 ที่หน้าศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดเลย ได้มีคนงานเหมืองทองคำ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ชายหญิงจำนวน 57 คน เพื่อมายื่นหนังสือต่อนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย กรณีที่เหมืองแร่ทองคำยังไม่จ่ายค่าแรงที่ค้างเป็นเวลา 2 ปี รวมการดำเนินคดีไม่คืบหน้า เนื่องจาก ผวจ.เลยติดประชุมหประจำเดือน ได้มอบหมายให้นายเสน่ห์ นนทะโชติ รอง ผวจ.เลยมารับหนังสือแทน ผวจ.เลย

ข้อความในหนังสือที่ยื่นต่อผู้ว่า มีใจความว่า เนื่องจากพวกข้าพเจ้าเป็นลูกจ้างของบริษัททุ่งคำ จำกัด ตั้งอยู่บ้านเลขที่  179 หมู่ 3 ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส คือ ไม่ได้รับค่าจ้างและค้างจ่ายตั้งแต่ พ.ศ.2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่ยอมชำระเงินตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเลย ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว  นายจ้างไม่สนใจใยดีในความเป็นอยู่ของลูกจ้างว่าจะประสบชะตากรรมอย่างไร การดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน อาศัยช่องทางกฎหมายยื้อเวลาไม่จ่ายค้าจ้างแก่พวกข้าพเจ้าไปเรื่อยๆ

การที่นายจ้างต้องประสบปัญหาในการประกอบธุรกิจ ลูกจ้างไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นต้นเหตุ เนื่องจากเป็นการบริหารงานเชิงลึกของฝ่ายนายจ้างเอง ฝ่ายลูกจ้างมีหน้าที่ตามวาระงานที่ได้รับมอบหมายตามสัญญาการจ้างเท่านั้น ในส่วนคดีการกระทำผิด พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานของนายจ้างยังไม่มีความคืบหน้าในทางคดีเท่าที่ควร พวกข้าพเจ้าจึงวิตกกังวลจะเกิดความล่าช้าจากเรื่องของเวลา เนื่องจากเป็นเรื่องของการดำรงชีวิตของฝ่ายลูกจ้าง และครอบครัวที่ต้องมีรายได้มาจุนเจือเลี้ยงครอบครัวต่อไป             

นายเสน่ห์  นนทะโชติ รอง ผวจ.รับหนังสือร้องเรียน และกล่าวกับผู้มายืนหนังสือว่า จะรายงานให้ ผวจ.ทราบ และทางศูนย์ดำรงธรรมก็จะได้ติดตามความคืบหน้าที่เรื่องนี้ต่อไป  โดยให้ผู้ที่มาติดตามคืนคืบหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมตลอดเวลา

ลูกจ้างเหมืองแร่ทองคำพอใจต่างก็แยกย้ายกันกลับ โดยมีคนหนึ่งที่มาร่วมขอให้ทางผู้สื่อข่าวอย่าเอาชื่อนามสกุลไปเป็นข่าว เพราะกลัวทางเหมืองทองฟ้องเหมือนกับที่มีคนนำเอาข่าวที่ออกในเฟซบุ๊กไปแจ้งความดำนินคดีที่ภาคใต้และภาคเหนือ ซึ่งพวกตนไม่มีเงินจ้างทนายสู้คดีและค่าเดินทางไปสู้คดี

20153012185108.jpg20153012185111.jpg