วาระลด ละ เลิกเหล้าของชาวเชียงม่วน

วาระลด ละ เลิกเหล้าของชาวเชียงม่วน

วาระลด ละ เลิกสุรา คนเชียงม่วน..จ.พะเยา..นำโดย นายอำเภอเทวา ปัญญาบุญ นอภ.เชียงม่วน..

…จากปัญหาทางด้านสุขภาพที่พี่น้องชาวอำเภอเชียงม่วนประสบอยู่ ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน ทางด้าน“สุขภาพ” อันเป็นสาเหตุมาจากการดื่มสุรา อันเกิดจากวิถีชีวิต ของชาวเหนือที่มีวัฒนธรรม ประเพณีนิยม และความเชื่อที่จะนำ “สุรา” มาเป็นสื่อในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ถึงแม้จะเป็นการสร้างความสามัคคีในพิธีกรรม และการผ่อนคลาย สนุกสนานก็ตามที และปัญหาที่พบว่า..ปัญหาต่างไ นอกจากปัญหาทางความขัดแย้งครอบครัว ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจร ปัญหาการทำงานแล้ว..ปัญหา “สุขภาพ” ก็มีผลอยู่ไม่น้อยจากการดื่มสุราของพี่น้องประชาชนที่นี่…

ปัจจัยขณะนี้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมันไม่ใช่แค่เรื่องเชื้อโรค ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับสารเคมี หรือยาเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยที่เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมทางสังคมเยอะมาก  ตัวอย่างอย่างกรณีอำเภอเชียงม่วนต้องเรียกว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นบทเรียน  ที่ทุกฝ่ายจะต้องเดินลงไปทำงานร่วมกับภาคท้องถิ่นและชุมชน

วิถีชีวิตดั้งเดิมของเขาก็คือว่า..การทำงานปกติ  ทำเกษตรกรรมปกติ  แต่ในตอนเย็นก็จะมีการรวมกลุ่มกัน  ในการรวมกลุ่มกันก็จะต้องมีเครื่องมือเครื่องมือหนึ่งก็คื“เหล้า” เพื่อการสร้างสัมพันธ์  เพราะมากินเหล้ากันทุกวันทุกวัน  สุดท้ายก็ต้องเห็นในเรื่องของการเข้าสู่โรงพยาบาล..

ในวันหนึ่งหนึ่งเราจะได้เห็นวิถีชีวิตของคนตั้งแต่วัยรุ่น  วัยทำงาน  แล้วก็วัยผู้สูงอายุเห็นว่าในชีวิตของเขาวันหนึ่งจะต้องมีเหล้าเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่เรื่องของประเพณี  วัฒนธรรมก็ยังมีเหล้าเข้ามาเกี่ยวข้องอีกเช่นกัน

มันเป็นปัญหาที่ค่อยค่อยทำให้กับเพื่อมในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆคือ  เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคต่างๆตามมา โดยเฉพาะโรคที่เป็นสาเหตุมาจากเหล้าซึ่งค่อนข้างจะเยอะมาก

ทางหน่วยงานโรงพยาบาลอำเภอ,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล,กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน จึงได้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาดัังกล่าว โดยผ่านกระบวนการใช้เวทีประชาคมในชุมชนเป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็น และพื้นที่ที่จะสร้างแนวคิด จิตสำนึกให้ชุมชนเกิดการ “ระเบิดจากข้างใน”ของผู้เกี่ยวข้องเอง ซึ่งนับได้ว่าเป็นกระบวนการทางการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง..

ในระดับอำเภอ นำโดยท่านนายอำเภอเชียงม่วน นายเทวา ปัญญาบุญ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนในอำเภอ ภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสัมคม ก็ได้ลงมาคลุกคลีร่วมกับทางพื้นที่ โดย ได้ประกาศเป็นวาระของอำเภอเชียงม่วน..”วาระ ลด ละ เลิกสุรา คนเชียงม่วน”..มานับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

        เทวา  ปัญญาบุญ  นายอำเภอเชียงม่วน  กล่าวว่า  “เนื่องจากคนเชียงม่วนดื่มเหล้ากันมาก ผมก็เลยมานั่งคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราจะต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องคนอำเภอเชียงม่วน  ว่าเราจะทำอย่างไร??  ก็เลยกำหนดเป็นนโยบายว่าเราน่าจะใช้คำว่า “รักเชียงม่วน” ตัวแรกคือในเรื่องของ “สุขภาพ”  น่าจะเป็นอันดับแรก  เพราะไม่อย่างนั้น ในอนาคตลูกหลานของคุณเชียงม่วนน่าจะมีปัญหาถ้าเราไม่ลงมือทำเรื่องนี้..

ขั้นที่ 1 กำหนดให้เป็นวาระของคนเชียงม่วนที่ทุกฝ่ายทุกคนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม

ขั้นที่ 2 ก็คือให้ผู้นำชุมชนได้ลงไปทำเวทีประชาคมหมู่บ้าน ว่าถ้าเราจะลดละเลิกเหล้าแล้ว  ชาวบ้านจะเห็นด้วยหรือไม่ ?? และจะมีวิธีการอย่างไรบ้าง ??

เราจะไม่ใช้วิธีการบังคับ  แต่จะให้ชาวบ้าน รู้สภาพปัญหาของเขาเอง ให้พี่น้องที่ประสบปัญหาจริงๆได้แก้ไขปัญหาของเขาเอง  เหมือนกั“การระเบิดจากข้างใน” รู้ว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขและก็จะต้องให้ความร่วมมือช่วยกันแก้ไขให้สำเร็จ

หลังจากนั้นก็จะมีการจัดทีมเพื่อรณรงค์ในหมู่บ้านเป็นการรณรงค์ลด ละ เลิกเหล้าและมีการประเมินผลอย่างใกล้ชิดเป็นระยะ ระยะ..

ส่วนทางด้านการพัฒนาจิตใจ  ก็ให้พระสงฆ์ที่วัดเป็นผู้สั่งสอน อบรมนำชาวบ้าน  ให้กำลังใจชาวบ้านด้านจิตวิญญาณอีกทางหนึ่ง…

..ปัจจุบันถึงแม้ว่า ปัญหาการดื่มสุรา จะไม่หมดสิ้นไปด้วยสิ้นเชิง แต่ก็ถือได้ว่า..เป็นการเริ่มต้นลงมือทำ ขับเคลื่อน ที่จะให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระยะยาวได้ ต้องขอชมชนท่านนายอำเภอเชียงม่วน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะสำเร็จลงได้ง่าย ๆ…

 ABOUT THE AUTHOR

บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ๓ ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ปี ๒๕๒๖ ต่อมา ย้ายไป อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ,อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอท่าวังผา,อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และต่อมาย้ายเป็นพัฒนาการอำเภอ ๗ อ.เชียงคำ ,อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา สุดท้าย ปี ๒๕๔๙ ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา จนถึงปัจจุบัน..บทบาทหน้าที่ เป็นนักสื่อสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา สถานที่ทำงาน ศาลากลางจังหวัดพะเยา เรียกชื่อตนเองว่า “สารสนเทศเพื่อชุมชน”จนถึงปัจจุบัน..