สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน แถลงให้ติดตามคดีลอบยิงนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน แถลงให้ติดตามคดีลอบยิงนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2557  มีคนร้ายลอบยิง นายพิธาน ทองพนัง กรรมการสิ่งแวดล้อมกรุงชิง และแกนนำชาวบ้านในการต่อสู้กรณีเหมืองแร่ ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เสียชีวิตในขณะที่เดินทางกลับจากการประสานงานกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการทางคดีที่ชาวบ้านร่วมกับคณะอนุกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชให้เพิกถอนประทานบัตรเหมืองแร่ดังกล่าว

และเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2557 เวลากลางวัน มีคนร้ายลอบยิง นายสมสุข เกาะกลาง จนเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย คือ นางสีดา บ่อหนา ภรรยาของผู้ตาย โดยนายสมสุขเป็นแกนนำชาวบ้าน และเป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกินจากภาครัฐ ที่ผ่านมาได้นำชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยและทำกินในสวนปาล์มน้ำมันของบริษัทเอกชน เรียกร้องให้รัฐตรวจสอบการถือครองเอกสารสิทธิของบริษัทเอกชน ในจังหวัดกระบี่

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2557 มีเหตุคนรายลอบยิง นายบุญส่ง เกิดเรือง สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล หมู่ 1 ตำบลนบพิตำ เสียชีวิตพร้อมภรรยา ซึ่งเกิดเหตุในพื้นที่เดียวกัน 

วันที่ 8 ธ.ค. 57 สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์ข้อมูลชุมชน จึงออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามดำเนินคดีกรณีคุกคามนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defenders)”   

ขอประณามการกระทำดังกล่าว  อันเป็นเหตุให้มีบุคคลเสียชีวิตนี้อย่างถึงที่สุด และเห็นว่าการลอบสังหารดังกล่าวนั้น เป็นการกระทำที่อุกอาจไม่มีความยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง หากทบทวนเหตุการณ์ลอบสังหารแกนนำประชาชนที่เรียกร้องสิทธิที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า มีประชาชนจำนวนมากที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการกระทำดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการข่มขู่ให้ประชาชนยุติข้อเรียกร้องของกลุ่ม ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า หากคนร้ายยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ประชาชนที่เหลือที่ยังคงยืนยันต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนเองต่อไป ย่อมตกเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอันตรายแก่ชีวิตได้ 

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภาวะที่คุกคามและละเมิดสิทธิใน ชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพของประชาชน อันเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defenders) ที่ใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อปกป้องสิทธิในสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ และสิทธิชุมชน

เพื่อปกป้องคุ้มครองการใช้สิทธิเสรีภาพและสิทธิทางศาลของประชาชน และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLA) และองค์กรดังมีรายชื่อข้างท้าย จึงมีข้อเรียกร้องดังนี้ 

1. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชและสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยรอบคอบ รวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดภาวะลอยนวลและทำซ้ำจนกลายเป็นวัฒนธรรมการใช้อำนาจนอกกฎหมาย 

2. ให้เจ้าพนักงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการและดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของชุมชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ข่มขู่คุกคาม ตลอดจนใช้ความรุนแรงและอำนาจเถื่อนกับประชาชนจนบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิต อันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายเช่นนี้ซ้ำอีก

3. ให้รัฐบาลและหน่วยงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องเยียวยาประชาชนผู้ได้รับความเสียหาย และกำหนดให้มีกลไกมาตรการการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Human Rights Defenders) อย่างเป็นระบบ

 
ด้วยความเคารพต่อสิทธิสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
ศูนย์ข้อมูลชุมชน

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง