อมธ.แถลง 4 ข้อ สถานการณ์สิทธิฯ-การทำประชามติร่าง รธน. จี้สอบละเมิดสิทธิ นศ.หญิง คดีนั่งรถไฟไปราชภักดิ์

อมธ.แถลง 4 ข้อ สถานการณ์สิทธิฯ-การทำประชามติร่าง รธน. จี้สอบละเมิดสิทธิ นศ.หญิง คดีนั่งรถไฟไปราชภักดิ์

20160205040428.jpg

2 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศและกระบวนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุ 4 ข้อ ความเห็นต่อสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน 

รายละเอียดแถลงการณ์ มีดังนี้

 

แถลงการณ์ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เรื่อง สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศและกระบวนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมคุมขังบุคคลต่าง ๆ ในประเด็นเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และมีการบังคับใช้บทบัญญัติกฎหมายจำนวนมาก อันเป็นผลให้เกิดการควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ในกระบวนการทำประชามติที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวดังต่อไปนี้

1.การจับกุมบุคคลไปคุมขังโดยมิได้เปิดเผยข้อมูล โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) มาตรา44 มิได้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในประเทศได้ มีแต่จะทำให้เกิดความเกลียดชังที่ร้าวลึกจนยากที่จะแก้ไขรัฐบาลควรรับฟังเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน หากเชื่อว่าเราทุกคนคือเจ้าของประเทศร่วมกัน การปิดกั้นความเห็นต่างจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดใด

2.การตีความพระราชบัญญัติว่าด้วยการทำประชามติ ฉบับปี พ.ศ.2559 เป็นไปในทางที่ทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดี ต่อกลุ่มบุคคลที่แสดงความคิดเห็นคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 ไม่ก่อให้เกิดบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตย ในกระบวนการออกเสียง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวควรเป็นช่วงเวลาที่ประชาชน ควรได้รับฟังข้อมูลทั้งสองด้านอย่างเต็มที่ เพื่อใช้ดุลพินิจพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอย่างรอบด้าน เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญนี้ถูกประกาศใช้ ย่อมส่งผลต่อประชาชนทุกคน

3.ความไม่ชัดเจนในแนวทาง หากผลประชามติออกมาในทางไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปรียบเหมือนการให้ประชาชนออกไปลงคะแนน แต่ไม่รู้ว่าการลงคะแนนนั้น จะพาอนาคตของพวกเขาไปในทางไหน รู้แต่เพียงว่าหากลงคะแนนรับ ก็จะได้ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว แต่ไม่อาจทราบได้เลยว่าหากไม่รับผลจะออกมาในทิศทางใด ความไม่ชัดเจนในประเด็นนี้จะก่อให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติในระยะยาว

4.จากกรณี นางสาวกรกนก คำตา นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ต้องหาในคดี “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์” ถูกคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในเรือนจำ โดยการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวแล้วแต่ไม่มีการแจ้งหรือระงับเหตุการณ์ใด ๆ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะตัวเเทนของนักศึกษาขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการกับกรณีนี้ เพื่อไม่ให้มีเหยื่อจากความไม่เป็นธรรมรูปแบบนี้เกิดขึ้นอีก

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความคิดเห็นและข้อเสนอแนะข้างต้น จะได้รับการรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไข องค์การนักศึกษาฯ ไม่ต้องการเห็นการควบคุมคนที่เห็นต่างโดยการนำเข้าสู่กระบวนการปรับทัศนคติ แต่ต้องการเห็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้าใจและยอมรับถึงทัศนคติที่แตกต่างหลากหลายของคนในสังคม อันจะเป็นผลให้กระบวนการประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตย และยังประโยชน์ถึงประชาชนชาวไทยทุกคนต่อไป

องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 ABOUT THE AUTHOR

Blogtizen เป็นพื้นที่กลางสำหรับเปิดรับงานเขียน บทความ ทัศนะวิจารณ์ สารคดี ผ่านการคัดเลือกดูแลเนื้อหาโดยกองบรรณาธิการเว็บไซต์ โดยสามารถส่งต้นฉบับมาให้เราได้ที่ ctzthaipbs@gmail.com