อยู่ม่วน กิ๋นหวาน ที่ บ.บัว

อยู่ม่วน กิ๋นหวาน ที่ บ.บัว

พิธีแถลงข่าว และพิธีเปิดหมู่บ้านท่องเที่ยววิถีพอเพียง หมู่บ้านท่องเที่ยวOTOP บ.บัว หมู่ที่ 4 ต.บ้านตุ่น อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ประธาน โดย นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา มีสื่อมวลชน และหน่วนงาน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก เมื่อวันอังคารที่ 6 กย.2559 ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น การแสดงศิลป วัฒนธรรมประเพณีล้านนา และการจัดแสดงและจำหน่าย OTOP และจำหน่ายพืชผลทางการเกษตรมากมาย..

ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่บ้านบัว”..ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนการทำงานแบบมีส่วนร่วม ในวิถีวัฒนธรรมไทย…“ชุมชนต้นแบบดีเด่นระดับประเทศ..

วันนี้ชาวบ้านบัวทุกคนมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน ต่างก้ช่วยกันต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เพราะวันนี้เป็นวันที่ชาวบ้านบัวที่นี่จะประกาศให้สาธารณะชนทราบว่า ชุมชนบ้านบัวพร้อมที่จะเป็ดเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว โดย ชุมชนของเขาเอง…

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้แนวทางการดำเนินชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระดำรัส แก่ชาวไทยตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา และพูดถึงอย่างชัดเจน ในวันที่ 4 ธันวาคม 2540 เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และยึดมั่นยั่งยืนในกระแสโลกาภิวัตน์

ความพอเพียงจึง หมายถึง ความพอประมาณ , ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็น ที่จะต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว…ชุมชนบ้านบัว ถือเป็นต้นแบบการทำงานแบบมีส่วนร่วม ในพิธีวัฒนธรรมไทย ยึดปัญหาและความต้องการของประชาชนเป็นหลัก มีกระบวนการทำงาน โดยยึดชุมชนยึดพื้นที่ เป็นหลัก เป็นการทำงานแบบบูรณาการและการมีส่วนร่วมของประชาชน

บ้านบัวแห่งนี้เป็นชุมชนต้นแบบของการขับเคลื่อน เป็นต้นแบบของการพัฒนาระดับพื้นที่ ที่เห็นผลเป็นรูปธรรม คือ การส่งเสริมอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบมีส่วนร่วม ภายใต้หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่นี่ชุมชนบ้านบัว มีความรักความสามัคคี มีการบริหารจัดการชุมชน ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยนำเครื่องมือ คือแผนชุมชน เป็นตัวขับเคลื่อนแสวงหาความต้องความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมทั้งร่วมกันรักษา คุณค่าทางสังคมที่ดีงาม อันเป็นแบบอย่างที่ดี

ต้นแบบบ้านบัว แหล่งศึกษาดูงานของคนทั่วประเทศ…..ผลงานในอดีตที่ผ่านมาบ้านบัวเป็นหมู่บ้านต้นแบบดีเด่น ชนะเลิศตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็นเป็นสุข ” และหมู่บ้านพึ่งตนเอง ดีเด่นระดับจังหวัดพะเยา ในปี 2551 และนายบาล บุญก้ำ ผู้นำชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม….แหนบทองคำ…ประจำปี 2551 และล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นระดับประเทศ เมื่อปี 2553

ปัจจุบัน..บ้านบัวเป็นต้นแบบและเป็นแหล่งศึกษาดูงานของคนทั่วไป ได้มาศึกษาเรียนรู้วิถีพอเพียงของคนที่นี่ ณ วันนี้มีจำนวนถึง 792 คณะ จำนวน 75,000 กว่าคน อีกทั้งยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมของหน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย เพราะที่นี่มีวิทยากรของชุมชน และ องค์ความรู้จากฐานเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชนบ้านบัว..

ผลิตภัณฑ์ที่เด่นและน่าสนใจของหมู่บ้านนอกจากข้าวอินทรีย์ที่ลือชื่อของหมู่บ้านแล้ว ผลิตภัณฑ์เข่งและสุ่มไก่จากไม้ไผ่ ก็เป็นผลิตภัณฑ์เด่นของหมู่บ้านและเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เดิมทีเป็นอาชีพเสริมของหมู่บ้านและทำรายได้ให้กับครัวเรือนของบ้านบัวเป็นอย่างดี สามารถนำไปจำหน่ายได้หลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด และปัจจุบันหลายครอบครัวทำกันจนกลายเป็นอาชีพหลักของครอบครัวเลยทีเดียว

คนบ้านบัวชวนแอ่ว…..

บ้านบัวมีบ้านเรือนอยู่จำนวน 215 ครัวเรือน จำนวนประชากร 763 คน ประชาชนส่วนใหญ่ของบ้านบัว มีการประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม เช่น การทำนา ทำสวน ปลูกหญ้า เลี้ยงสัตว์ และอาชีพหัตกรรมจักสานไม้ไผ่ โดยมีกลุ่มอาชีพจักสานเข่งไม้ไผ่เป็นอาชีพที่ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีรายได้จากอาชีพนี้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

บ้านบุญมีกิจกรรมน่าสนใจตลอดทั้งปี แต่ถ้าถามว่ามาตอนไหนดี?? ก็จะต้องบอกว่าบ้านบัวสนุกทุกฤดูกาล…

หน้าฝน..ชวนมาดำนา มาหาเห็ด เก็บแมงมัน ขุดหน่อไม้ ความพิเศษของหน้าฝนนอกจากข้าวกล้าและต้นไม้จะเขียวขจี ยังเด็ดที่ อาหารป่า ทั้งอึ่งป่า ทั้งเห็ดและปลาปูที่มาจากนาข้าวอินทรีย์ และช่วงปลายฝนต้นหนาวยังมีหิ่งห้อยและความให้ดูกันอีกด้วย

หน้าหนาว..ชวนมาปลูกผักสวนครัว ตีข้าว เกี่ยวข้าว เอามื้อเอาแรงกันที่บ้านบัวเป็นภาพที่น่าชมหาดูได้ยากในทุกวันนี้ ที่ประเทศเริ่มขาดแรงงานในภาคเกษตรกรรม แต่บ้านบัวยังมีการเอามื้อเอาแรงช่วยเหลือกันอย่างเหนียวแน่น จะม่วนแค่ไหนลองมาดูกันนะ

หน้าร้อน..ชวนมานั่งรถอีแต๋น หากมีเวลาจะเดินดอยหนอกหรือขึ้นน้ำตกกันก็ชุ่มชำใจ หรือจะอยู่ในหมู่บ้านเข้าสวนไปหักข้าวโพดข้าวเหนียวเนื้อนุ่มรสหวานกันถึงแปลงไป ขุดไข่แมงมันจะได้เห็นกันว่าไข่แมงมันมันตัวจะโตสักแค่ไหน?? มาสนุกกันได้ทุกฤดูกาลกับวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบบ้านบัวนะคะ..

ชาวบ้านบัว มีอาชีพหลักคือ การทำนา นอกฤดูการทำนา ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านว่างงาน ประกอบกับทางหมู่บ้านมีต้นไผ่รวกที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ และปลูกเพิ่มเติม ในเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ และได้นำเอาต้นไผ่เหล่านั้นมาจักสานเป็นสุ่มไก่ และเข่ง ทำให้มีรายได้มาประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว ต่อมาได้มีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มจักสานเข่งและสุ่มไก่ นับว่าเป็นอาชีพเสริมที่ทำรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดีและมีตลาดรองรับที่แน่นอนและส่งออกจำหน่ายทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด ฐานเรียนรู้ฐานนี้จะสาธิตการผ่าไม้ไผ่โดยใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม ชมการรีดตอกไม้ไผ่ด้วยเครื่องจักรกลทุ่นแรง และการจักสานเข่งไม้ไผ่ขนาดต่าง ๆ

ด้านการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว เชิงเศรษฐกิจพอเพียง ทางชุมชนได้จัดบริการ ห้องประชุม สัมมนาแก่หน่วยงานต่างๆ มีบ้านพักโฮมสเตย์ จำนวน 11 หลัง เพื่อบริการนักท่องเที่ยว หรือคณะศึกษาดูงาน ที่ประสงค์พักค้างศึกษาเรียนรู้วิถีพอเพียงของคนในชุมชน อาทิเช่น ทดลองฝึกฝนการจักสานเข่งหรือสุ่มไก่ หรือการเรียนรู้ทดลองการดำนา หรือเกี่ยวข้าวเป็นต้น

เราจะเห็นได้ว่า ชุมชนบ้านบัวแห่งนี้มีกิจกรรมการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมวิถีชีวิต อย่างมีส่วนร่วม มีการบริหารจัดการร่วม และเป็นสังคมชุมชน ตามการผลิตที่มีประสิทธิภาพและเสริมสร้างสังคมให้เข้มแข็งสามารถเป็นต้นแบบในด้านการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์เกษตรปลอดภัยต้อนแบบหมู่บ้านท่องเที่ยววิถีวีวิตชุมชน “บ้านชาวนาไทย” เป็นชุมชนแห่งความสุข อย่างแท้จริง

…“หากทุกหมู่บ้านทำกันตามศักยภาพ และกำลังความสามารถ ตามต้นแบบชุมชนบ้านบัว แห่งนี้……ก็เชื่อมั่นว่า ชุมชนจะมีอยู่ มีกิน และดำรงอยู่ได้ อย่างมั่นคง เมื่อปากท้องดี ปัญหาอื่น ๆ ก็จะลดลง และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้”…

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

…นายบาล บุญก้ำ ผู้ใหญ่บ้าน โทร.082-8957321 และคุณผัดแก้ว งามเมือง ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ชุมชน โทร.081-9505430 เว็บไซต์ชุมชนhttp://www.baandokbua.com ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาเยือนบ้านบัว

 ABOUT THE AUTHOR

บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ๓ ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ปี ๒๕๒๖ ต่อมา ย้ายไป อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ,อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอท่าวังผา,อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และต่อมาย้ายเป็นพัฒนาการอำเภอ ๗ อ.เชียงคำ ,อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา สุดท้าย ปี ๒๕๔๙ ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา จนถึงปัจจุบัน..บทบาทหน้าที่ เป็นนักสื่อสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา สถานที่ทำงาน ศาลากลางจังหวัดพะเยา เรียกชื่อตนเองว่า "สารสนเทศเพื่อชุมชน"จนถึงปัจจุบัน..