อำเภอพบพระจัดโครงการรณรงค์ไม่เผาป่าลดหมอกควันสองแผ่นดิน ไทย – เมียนมาร ประจำปี 2559

อำเภอพบพระจัดโครงการรณรงค์ไม่เผาป่าลดหมอกควันสองแผ่นดิน ไทย – เมียนมาร ประจำปี 2559

อำเภอพบพระจัดโครงการรณรงค์ไม่เผาป่าลดหมอกควันสองแผ่นดิน ไทย – เมียนมาร ประจำปี 2559

                ที่บริเวณท่าข้ามวาเล่ย์เหนือ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตากนายสุธา สายวณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ไม่เผาป่า ลดหมอกควัน สองแผ่นดิน โดยมีนายยุทธชัย ปัทมสนธิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก เป็นผู้กล่าวรายงาน  และมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการนี้โดยพร้อมเพรียง    พื้นที่ภาคเหนือ  9 จังหวัด อำเภอพบพระ จังหวัดตากต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่า และหมอกควัน โดยตรวจวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10ไมครอน หรือ ค่าPM  10 สูงกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งอยู่ที่ 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาไฟป่า การเผาในที่โล่ง การเผาในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม มลพิษจากยานพาหนะ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจการท่องเที่ยว และทัศนะวิสัยการจราจร ส่วนใหญ่มักเกิดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ของทุกๆ ปี คณะรัฐมนตรีฯ ได้มีมติให้กำหนดช่วงระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 13 เมษายน 2559 เป็นช่วง 60 วันอันตราย โดยกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันภาคเหนือ 9 จังหวัดเพื่อบูรณาการของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังควบคุมมิให้มีการเผาช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เพื่อควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันด้วยการควบคุมการเผาในพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่า เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อรับมือสถานการณ์หมอกควันที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2559 และผลักดันการจัดการปัญหามลพิษหมอกควันตามแนวชายแดนในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนตามแนวชายแดน โดยมีเป้าหมายคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ   อานามัยไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เพื่อลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้น

                ทั้งนี้ จังหวัดตาก และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเนินที่การเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือให้ใช้งานได้จริงรวมถึงการเข้าพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนพื้นที่เสี่ยงให้ช่วยสอดส่องดูแลไม่ให้มีการจุดไฟ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันร่วมกันอย่างจริงจัง และใช้โอกาสนี้ ของความร่วมมือชุมชน ประชาชน/หน่วยงานต่างๆ งดเว้นการจุดไฟใกล้บริเวณแนวเขตป่า งานการเผาในพื้นที่ป่า งดการเผาหญ้าแห้งริมทาง งดเผาขยะเศษวัสดุการเกษตร และกิ่งไม้ใบหญ้า งดเผาตอซังและใช้วิธีเผากลบแทน และเมื่อพบเห็นการเผาและไฟป่าให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทันที 

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตากได้มอบอุปกรณ์ดับไฟป่า ผ้าห่มกันหนาว ให้แก่ ตัวแทนกองกำลัง DKBA, KNU ที่ได้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ด้วย//////////////////////////////////////////

ภาพ / ข่าว ชวลิต วิกุลชัยกิจ

 ABOUT THE AUTHOR

ข่าวสารในท้องถิ่น เหตุการณ์ใกล้ตัว เรื่องราวในชุมชน ข้อมูลเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ประตูสู่พม่า อันดามัน อินเดีย ยุโรป