อิงโค้ง : หมู่บ้านปิดทองหลังพระ จ.พะเยา

อิงโค้ง : หมู่บ้านปิดทองหลังพระ จ.พะเยา

หมู่บ้านอิงโค้ง : หมู่บ้านปิดทองหลังพระ…เมื่อวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2559 กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน โดย นายยุทธภูมิ นามวงศ์ และ คุณนันทิยา ยาเจริญ ลงชุมชนถ่ายทำกิจกรรมหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์หรือหมู่บ้านโครงการปิดทองหลังพระ บ.อิงโค้ง หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว. จังหวัดพะเยา…

เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ต้นแบบที่ดีในการขับเคลื่อนหมู่บ้านตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป. เป็นต้นแบบขยายผลไปสู่หมู่บ้านอื่น ๆ

ณ วันนี้..ชุมชนบ้านอิงโค้งได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ที่ดีขึ้น มีกิจกรรมของชุมชนตามแนวเศรษฐกิพอเพียงหลายหลายกิจกรรม อาทิ กลุ่มเลี้ยงโค ปลูกหญ้าเนเปียเลี้ยงโค ส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมือง และไก่ไขไว้บริโภคเนื้อและไข่ กลุ่มเลี้ยงผึ้ง แปลงสาธิตปลูกผัก 3 ชั้น การปลูกไผ่หวาน และการปลูกพืชผักสวนครัวไว้บริโภคเอง เพื่อเป็นการลดรายจ่าย

เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2486 ได้มีกลุ่มราษฎรกลุ่มแรกจากจังหวัดลำปาง แพร่และบ้านต๋อมอำเภอเมืองพะเยาโดยมีผู้นำชื่อนายป้อม ปัญญางาม เข้ามาในพื้นที่ตำบลห้วยแก้วซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำ เหมาะแก่การเพาะปลูก จึงพากันมาตั้งหลักปักฐานเป็นหมู่บ้าน ชื่อ “หมู่บ้านอิงโค้ง”….

หมู่บ้านอิงโค้งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอภูกามยาว มีระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 7 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขา มีแม่น้ำอิงเป็นแม่น้ำสายหลัก และมีอ่างเก็บน้ำห้วยบงเป็นแหล่งเก็บกักน้ำมีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 4,500 ไร่

จำนวนประชากรของหมู่บ้าน มีจำนวนครัวเรือน 202 ครัวเรือนประชากร 536 คน ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม อาชีพรองได้แก่ค้าขาย หัตถกรรม เลี้ยงสัตว์

อ่างเก็บน้ำห้วยบง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของบ้านอิงโค้งหมู่ที่ 5 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา เป็นโครงการที่ราษฎรได้ยื่นถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพระองค์มีพระราชดำริให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยบงเมื่อปี พ.ศ. 2539 จนแล้วเสร็จในปีเดียวกัน มีขนาดความจุของอ่าง 303,000 ลบ.ม. มีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับประโยชน์ในฤดูฝน 898 ไร่ ในฤดูแล้ง 75 ไร่มีผู้ใช้น้ำจำนวน 180 ราย และปัจจุบันมีสภาพตื้นเขินหลายจุดเกษตรกรใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ประกอบกับพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำพบว่ามีการใช้สารเคมีการเกษตรก่อให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพของน้ำในอ่าง

จึงได้รับการพัฒนาจากจังหวัดพะเยาให้เป็นพื้นที่เป้าหมายการพัฒนาตามโครงการพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ ตามพระราชดำริ หรือโครงการปิดทองหลังพระ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

หลังจากที่ได้รับคัดเลือกเป็นพื้นที่เป้าหมายตามโครงการพระราชดำริแล้ว พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมตามแนวทางของโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างองค์ความรู้ให้กับคณะทำงานและราษฎรในพื้นที่ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีขั้นตอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยการศึกษาดูงานในพื้นที่ที่เป็นต้นแบบ มีการรับสมัครอาสาสมัครปิดทองหลังพระ แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนกิจกรรมมิติต่างๆ การสำรวจวิเคราะห์ข้อมูลของหมู่บ้านและการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน ภายใต้ความร่วมมือของราษฎรในหมู่บ้านทุกคน จนปรากฏเป็นแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชดำริเพื่อแก้ไขปัญหาของหมู่บ้านครบในทุกมิติ

หลักการทำงานโดยนำศาสตร์ของพระราชชามาเป็นแนวทางในการพัฒนา โดยใช้ประชาชนเป็นตัวตั้งมีหลัก 6 มิติในการพัฒนาประกอบไปด้วย มิติน้ำ มิติดิน มิติป่า มิติเกษตร มิติพลังงานทดแทนและมิติสิ่งแวดล้อมทั้ง 6 มิติเป็นการพัฒนาที่ครอบคลุมปัญหาและความต้องการทั้งหมดในการทำงานต้องมาจากความต้องการของชาวบ้านเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ให้อยู่รอดพอเพียงก่อนและจึงนำไปสู่ความยั่งยืนตลอดไป..

การทำงานต้องมีการบูรณาการการทำงานที่หลากหลาย ที่สำคัญคือประชาชนต้องมีส่วนร่วมและชาวบ้านใช้ร่วมกันคิดร่วมกันทำงาน ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมเป็นเจ้าของ…

พาเยี่ยมกิจกรรมของหมู่บ้าน….เลี้ยงผึ้ง,เย็บหมวก,ปลูกผัก3ชั้น,เลี้ยงโค(ปลูกหญ้าเนเปีย),แก้สชีวภาพ,เลี้ยไก่,เลี้ยงเป็ด….

ขอขอบคุณทีมงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนที่อำนวยความสะดวก.. และขอขอบคุณพี่น้องชาวบ้านอิงโค้งที่เคารพทุกท่าน…

 ABOUT THE AUTHOR

บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ๓ ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ปี ๒๕๒๖ ต่อมา ย้ายไป อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ,อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอท่าวังผา,อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และต่อมาย้ายเป็นพัฒนาการอำเภอ ๗ อ.เชียงคำ ,อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา สุดท้าย ปี ๒๕๔๙ ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา จนถึงปัจจุบัน..บทบาทหน้าที่ เป็นนักสื่อสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา สถานที่ทำงาน ศาลากลางจังหวัดพะเยา เรียกชื่อตนเองว่า "สารสนเทศเพื่อชุมชน"จนถึงปัจจุบัน..