เยี่ยมชุมชนบ้านทุ่ง:ห้วยข้าวก่ำ อ.จุน จ.พะเยา

เยี่ยมชุมชนบ้านทุ่ง:ห้วยข้าวก่ำ อ.จุน จ.พะเยา

ผู้ว่าศุภชัยเยี่ยมชุมชน วันอาทิตย์ที่ 31 กค.2559. อ.จุน จ.พะเยา ผู้ว่าศุภชัยเยี่ยมชุมชน…นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา …ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนในวันหยุด..วันนี้วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2559 ที่อำเภอจุน จังหวัดพะเยา..ออกเดินทางจากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เวลา 09.00 น.

..ภาคเช้า..เดินทางถึง บ.ทุ่ง หมุ่ 2 ต.วยข้าวก่ำ อ.จุน เวลา 10.00 น…

เยียมชุมชนบ้านทุ่ง หมู่ 2 ต.ห้วยข้าวก่ำ อ.จุน..เป็นชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง และชุมชนหมู่บ้านต้นแบบสารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตจังหวัดพะเยา

1.เยี่ยมศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินดีเด่น ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติเป็นกองทุนแม่ดีเด่นปี 2558 ตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น มีการจัดตั้งกฎระเบียบของชุมชนและการใช้มาตรการทางสังคมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนทำให้ชุมชนบ้านทุ่งแห่งนี้ปลอดยาเสพติด

2. เยี่ยมอาชีพเลี้ยงไก่ชนออนไลน์ นายวินัย ก๋องแก้ว ปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นต้นแบบด้านอาชีพเเพาะเลี้ยงไก่ชนขายออนไลน์
ด้วยใจรักและการศึกษาเรียนรู้อาชีพเพาะเลี้ยงไก่ชน จนสามารถสร้างรายได้แก่ครอบครัว อาทิตย์ละ 10,000 บาท-20,000 บาท ด้วยการใช้เวลาว่างทำอาชีพเสริมด้านการเพาะเลี้งไก่ชน…
ปัจจุบันทางหมู่บ้านได้จัดเป็นฐานเรียนรู้ด้านการพัฒนาอาชีพ “ศูนย์เรียนรู้ด้านอาชีพ เลียงไก่ชนออนไลน์” ขายทางอินเตอร์เน็ต ของนายวินัย ก๋องแก้ว บ้านเลขที่ 99 ในนาม”วรากรไก่ชนเมืองจุน” บานบนเว็บไซต์ ไก่ชนอินเตอร์ รายได้อาทิตย์ละประมาณ 10,000 บาท

3.เยี่ยมโรงสีข้าวชุมชน สร้างขึ้นเมื่อปี 2552 โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการ smlและในบริเวณพื้นที่สาธารณะแห่งนี้ชุมชนได้จัดเป็นสถานที่ทางด้านวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น และการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ทางด้านการเกษตรเช่นแปลงผักรวมรวม. การเลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เป็นต้น

4.เยี่ยมโครงการอาหารกลางวันเลี้ยงไข่ไก่ ตามนโยบายของจังหวัพะเยา ที่โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่ม งบประมาณ 20,000 บาท เพื่อฝึกการเรียนรู้ให้กับนักเรียนให้สามารถเรียนรู้การดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยการเลี้ยงไข่ไก่และยังสามารถนำบริโภคลดรายจ่าย และสามารถจำหน่ายให้กับคนทั่วไปได้อีกด้วย

5.หลังจากนั้นได้ลงเยี่ยมตามครัวเรือนต้นแบบต่างๆ ในคุ้มต่าง ๆ ซึ่งเป็นผู้เรียนตัวอย่างที่ดีในชุมชนเพื่อที่จะขยายผลไปยังครอบครัวหรืออื่นๆ ซึ่งครอบครัวตัวอย่างได้มีการปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ในครัวเรือนเพื่อบริโภคเอง เหลือนำไปจำหน่ายในตลาดในหมู่บ้านและยังสามารถเกื้อกูลกันแลกเปลี่ยนให้เพื่อนบ้านด้วยกัน

ภาคบ่าย..เวลา 13.00 น.
6.ได้เยี่ยมบ้านสุขใจไร้คาร์บอน จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 และปี 2554 โดยนายไพรสณฑ์ ราหูรักษ์ ได้ให้กลุ่มเกษตรกรแนวใหม่มาใช้พื้นที่ในการทดลองปฏิบัติการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่และเป็นการเน้นการเกษตรอินทรีย์แนวใหม่ จนสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เปิดให้ผู้สนใจมาศึกษาเรียนรู้ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด.

7.ตลาดชุมชนแบบเกื้อกูล เป็นแหล่งรวบรวมพืชผลทางการเกษตร พืชผักสวนครัวและผลผลิตทางการเกษตรที่ชาวบ้านปลูกในบริเวณบ้าน เหลือจากการบริโภคแล้ว นำมาจำหน่ายเป็นรายได้และสามารถแลกเปลี่ยนกันหรือว่าเป็นตลาดสดแบบเกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

… และสุดท้ายหลังจากนั้นได้เดินทางไปที่ ตำบลจุน………….
8.เยี่ยมกิจกรรมของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวอินทรีย์บ้านสร้อยศรีพัฒนา ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 และได้ทำการปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อปี 2556 และในปี 2559 นี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนสร้างโรงสีข้าว พร้อมกับเครื่องมือ เครื่องจักรกล. งบประมาณภาคเหนือตอนบน เป็นจำนวนเงิน 5 ล้าน 7 แสนบาท ปรับปรุงโรงสีข้าว จัดซื้อรถยนต์ 6 ล้อ 1 คัน. เครื่องคัดแยกข้าวสูญญากาศและถุงบรรจุข้าว
….เดินทางกลับจังหวัดพะเยา เวลา 16.00 น……….

 ABOUT THE AUTHOR

บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ๓ ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ปี ๒๕๒๖ ต่อมา ย้ายไป อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ,อ.แม่สาย จ.เชียงราย ดำรงตำแหน่งพัฒนาการอำเภอท่าวังผา,อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และต่อมาย้ายเป็นพัฒนาการอำเภอ ๗ อ.เชียงคำ ,อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา สุดท้าย ปี ๒๕๔๙ ดำรงตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษ สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ศาลากลางจังหวัดพะเยา จนถึงปัจจุบัน..บทบาทหน้าที่ เป็นนักสื่อสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา สถานที่ทำงาน ศาลากลางจังหวัดพะเยา เรียกชื่อตนเองว่า "สารสนเทศเพื่อชุมชน"จนถึงปัจจุบัน..