แถลงการณ์สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป ขอให้ยุติคุกคามสื่อ และเสรีภาพของประชาชน

แถลงการณ์สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป ขอให้ยุติคุกคามสื่อ และเสรีภาพของประชาชน

15 พฤศจิกายน 2557 – หลังท่าทีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมาคุกคามและแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน และกิจกรรมของนักเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา ทั้งกรณีของรายการวาระประเทศไทยที่ทหารออกมาขอให้ยุติการออกอากาศรายการเวทีสาธารณะ ชุด เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนปฏิรูป จนนำมาสู่การเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินรายการ รวมทั้งล่าสุดที่สั่งห้ามการจัดงาน  “ทอล์คโชว์-คอนสิร์ต ผืนดินเรา ที่ดินใคร” โดยกลุ่มทำงานกิจกรรมปฏิรูปที่ดิน สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.) ได้ออกแถลงการณ์ขอให้สื่อมวลชนแสดงความกล้าหาญในการทำงาน รวมทั้งขอให้ คสช. ยุติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน โดยมีเนื้อหาดังนี้

20141511170527.jpg

แถลงการณ์สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.) 

ปฏิรูปประเทศไทย ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มอำนาจประชาชน ขอให้ยุติการคุกคามเสรีภาพสื่อฯ และการคุกคามเสรีภาพของประชาชน

ตามที่ทหารขอร้องให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ยุติการเผยแพร่รายการ “เสียงประชาชนต้องฟังก่อนปฎิรูป” เนื่องจากรายการดังกล่าวมีเนื้อหาพาดพิงการรัฐประหาร ซึ่งต่อมาผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสได้ออกคำสั่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนำเสนอรายการใหม่ ให้เหลือแค่การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของข่าว และไม่มีผู้ดำเนินรายการ (คุณณาตยา แวววีรคุปต์) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง 

และล่าสุดกรณีทหารห้ามจัดงาน “ทอล์คโชว์-คอนสิร์ต ผืนดินเรา ที่ดินใคร” ถูกทหารกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ได้สั่งให้ชี้แจงรายละเอียดการจัดงาน ทั้งที่งานดังกล่าวเป็นกิจกรรมในลักษณะสาระบันเทิงไม่ใช่กิจกรรมเสวนาทางการเมือง แต่กลับถูกทหารสั่งให้ชี้แจง และแจ้งว่าทาง คสช.ไม่อนุมัติการจัดงานดังกล่าว 

การใช้อำนาจของ คสช.ที่อ้างอิงกฏอัยการศึกดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของสื่อสารมวลชน ละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน อันเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ม.4 ความว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้” 

ซึ่งประชาชนมีเสรีภาพแสวงหา รับรู้และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระ การที่ คสช.ห้ามมิให้สื่อมวลชนนำเสนอรายการ เป็นการละเมิดเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และการห้ามจัดกิจกรรมของภาคประชาชน ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและไม่อาจยอบรับได้ เพราะสื่อมวลชนมีหน้าที่และเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารต่อประชาชน ให้ประชาชนรู้ความจริง ทำงานอย่างซื่อสัตย์เพื่อรักษา และรับผิดชอบต่อสังคม ในการสร้างสังคมที่เป็นธรรม

และตามที่สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป เห็นว่าในระยะเวลาประมาณหนึ่งปีของการปฏิรูประเทศ รัฐบาลต้อง เสริมสร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้คนไทยทุกคน ตระหนักและเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศได้อย่างหลากหลายช่องทาง ตลอดจนไม่ดำเนินการใด ๆ อันจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป

โดย คสช.ต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูปที่มาจากการระดมความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งต้องมีการวางพื้นฐาน กลไกหรือกฎหมายและมีการกำหนดเงื่อนไขให้มีการดำเนินงานต่อเนื่องไว้ในรัฐธรรมนูญ

สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป จึงขอเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1) ขอสนับสนุนให้ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และองค์กรวิชาชีพสื่อสารมวลชน แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมในการปกป้องเสรีภาพของสื่อมวลชน และสิทธิการรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน
2) ขอให้ คสช.ยุติการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน โดยให้สื่อมวลชนสามารถเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเสรีตามมาตรฐานวิชาชีพเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระ และเปิดให้มีบรรยากาศผ่อนคลายในการจัดกิจกรรมของภาคประชาชน
3) ขอให้ คสช.ยุติการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาอันมีอยู่จริงของประชาชน

สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การปฏิรูปประเทศในครั้งนื้ จะเกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างกว้างขวาง ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของขบวนการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง นำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาในแต่ละด้าน บนหลัก “การลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มอำนาจประชาชน” เพื่อนำพาประเทศชาติประชาชนไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

ด้วยจิตคาราวะและเชื่อมั่นศรัทธาประชาชน
สภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.)
15 พฤศจิกายน 2557

 ABOUT THE AUTHOR

จับตาการเคลื่อนไหว กระแสการปฏิรูปในประเทศไทย