แม่น้ำของ แม่ของหลายชนชาติ

แม่น้ำของ แม่ของหลายชนชาติ

เสียงร้องคาราโอเกะเพลงไทยตามสมัยนิยมดังมาจากริมแม่น้ำโขงฝั่งลาวไม่ขาดสาย และบางคราวก็มีเสียงเรือยนต์แล่นไปมาเป็นระยะๆ

 

                ทอดสายตามองไปยังแม่น้ำโขงแสนกว้างใหญ่ ยาวสุดลูกหูลูกตา น้ำโขง หรือ น้ำของ ที่เชื่อมสองพี่น้อง ไทย-ลาว รวมทั้งหลายชาติเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งจีน พม่า กัมพูชา และเวียดนาม

 

                อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย มี โฮงเฮียนแม่น้ำของ หรือโรงเรียนแม่น้ำโขงตั้งอยู่ บนผืนดินริมฝั่งโขงที่ฉันนั่งอยู่นี้ ช่วงเวลานี้มีการจัดกิจกรรม แม่น้ำโขง 2 ทศวรรษกับการพัฒนา ขึ้นในวันที่ 13-14 มีนาคม ซึ่งวันที่ 14 มีนาคม ยังตรงกับ วันหยุดเขื่อนโลก อีกด้วย

 

                วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันและพลพรรคกลุ่ม ACD Studio ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินคนรุ่นใหม่ที่ผลิตผลงานศิลปะเพื่อสังคม เดินทางมาถึงที่นี่เพื่อช่วยเตรียมงานนี้ล่วงหน้าสองวันก่อนจะถึงวันงาน เรามาถึงช่วงบ่าย หลังจากกินข้าวมื้ออร่อย กางเต็นท์สำหรับพักคืนนี้ ผู้จัดงานก็ชวนเราร้องคาราโอเกะ เมื่อถึงช่วงค่ำก็มีโอกาสกินดื่มและคุยกับผู้จัดงาน ครูตี๋ ชายชราร่างผอมไว้หนวดเคราผมยาวขาวเฉกเช่นอาจารย์ในภาพยนตร์จีน นักกิจกรรมรุ่นเก๋าในพื้นที่ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนแม่น้ำของ 

 

                คุณเคยเห็นไหม คนรุ่นเก่าที่มีแววตาเปี่ยมความหวังและสายตาที่มีพลังอันแรงกล้าดั่งคนรุ่นใหม่ กำลังพูดคุยกับพวกเราอย่างออกรส เช่นเดียวกับศิลปินกำลังบรรเลงบทเพลงมหากาฬ หรือจิตรกรที่ตวัดพู่กันฉวัดเฉวียนบนผืนผ้าผืนยักษ์ ออกมาเป็นผลงานสุดวิจิตรหลากสีสัน ทั้งยังมีเนื้อหาล้ำลึกจับจิตจับใจ

 

                “อย่าลืม ราก ของตนเอง” ครูตี๋กล่าว

 

                ราก ที่ว่า หมายความถึง ท้องถิ่น รวมถึง จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเติบโตขึ้นมาเป็นคนทุกวันนี้ โดยครูตี๋ได้ยกตัวอย่างว่า ท้องถิ่นของท่านคือผืนดิน เชียงของ และรากอีกอันก็มาจาก ชมรมอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ท่านเคยเข้าร่วมเมื่อครั้งเป็นนักศึกษา

 

                อย่าคิดว่าไปค่ายแล้ว ได้อะไร ให้คิดว่าไปค่ายแล้ว จะทำอะไรต่อไป ครูตี๋ว่าต่อ หลังจากเล่าประสบการณ์การจัดค่ายอาสาให้เราฟังอย่างสนุกสนาน ท่านเชื่อว่าทุกสิ่งคือการเรียนรู้ ทุกย่างก้าวคือการเรียนรู้ เราควรคิดต่อยอดไปในอนาคต มากกว่าหมกมุ่นอยู่กับที่ อยู่กับอดีต 

 

                “เราสู้คนเดียวไม่ได้ สู้แล้วต้อง สร้าง ด้วย” ครูตี๋ยังบอกว่าเราต้องสร้างคนรุ่นต่อๆไป ที่จะมาสู้ต่อจากเรา นั่นเป็นเหตุผลที่ท่านตั้งโฮงเฮียนแม่น้ำของแห่งนี้ขึ้นมา

 

                 ครูตี๋เล่าประสบการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ให้เราฟังว่า เมื่อเขาจะมาระเบิดแม่น้ำโขงเพื่อสร้างเขื่อน ท่านได้ขัดขวางผู้ที่จะมาสร้างเขื่อนโดยการใช้ตนเองขวางไว้

 

                “ถ้าจะระเบิดก็ต้อง ข้ามศพกู ไปก่อน” ครูตี๋กล่าวกับพวกเขาในขณะนั้นด้วยความหาญกล้า

 

                ในวันรุ่งขึ้นก็มีการจัดงานเสวนา เรื่องการต่อสู้คัดค้านการสร้างเขื่อน ตลอดช่วงเช้า เหล่าผู้ร่วมวงคุยต่างก็เป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการจากทั่วประเทศ ล้วนมีสีหน้าแววตาที่จริงจังและมุ่งมั่น การเสวนาเกี่ยวกับการต่อสู้ที่ผ่านมากว่าสองทศวรรษเป็นไปอย่างเข้มข้น ทั้งยังมีชาวบ้านในพื้นที่และนักศึกษาที่เป็นนักกิจกรรมจากสถาบันต่างๆที่มาร่วมฟัง

 

                กลุ่ม ACD Studio ของเราได้นำเสื้อ No Dam มาขายด้วย เพื่อนำรายได้สมทบทุนเข้าองค์กรของเราในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่อไป ฉันรับหน้าที่ขายเสื้อ มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากสนใจซื้อเสื้อของเรา

จากนั้นผู้จัดงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่จัดพิธีสืบชะตาแม่น้ำโขง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านและผู้ร่วมต่อสู้ ตามมาด้วยขบวนแห่รำวงอันสนุกสนาน

 

                ในตอนกลางคืนก็มีงานคอนเสิร์ตหลากหลายแนวเพลง ทั้งเพลงเกี่ยวกับแม่น้ำโขง ที่เคยมีการประกวดโดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพลงเพื่อชีวิต เพลงลูกทุ่ง ฯลฯ พ่วงด้วยสุราขาวพื้นบ้าน ของจังหวัดแพร่ เพิ่มความ ม่วนซื่น ให้กับผู้ร่วมงาน บวกกับความเป็นกันเองของชาวบ้านและผู้จัดงาน ทำให้รู้สึกราวกับอยู่บ้านตัวเอง ทุกคนรำวงไปด้วยกันอย่างครื้นเครงหลายบทเพลง ริมน้ำของแห่งนี้

 

                วันต่อมาเป็น วันหยุดเขื่อนโลก วันที่ 14 มีนาคม พวกเรากลุ่ม ACD Studio ร่วมกับกลุ่ม At North ก็ได้เตรียม ปล่อยของ ให้ทุกคนได้รับชม นั่นคือการแสดง Art Performance ประกอบด้วยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย  

 

                เริ่มจากนักกิจกรรมผู้ได้รับบทบาทเป็นต้นกล้วย ปลาบึก พญานาค ออกมาว่ายวน ตามมาด้วยนักกิจกรรมที่ใบหน้าและทั้งร่างกายเต็มไปด้วยสีที่รับบทเป็นนายทุน มาจับมือร่วมมือกันและยืนเรียงหน้ากระดาน พร้อมชูป้ายคำว่า เขื่อน โดยเบียดสัตว์น้ำและธรรมชาติจนกระเด็น

ตามมาติดๆด้วยชาวประมง และฉันที่แสดงเป็น ชาวบ้าน เมื่อออกมาเจอสัตว์และธรรมชาติถูกทำลาย ทำให้เดือดร้อนไปด้วย จึงออกมาเคลื่อนไหวโดยนำถุงใส่สีที่เตรียมไว้จำนวนมาก แจกจ่ายให้ผู้ร่วมงานช่วยกันขว้างปาใส่ เขื่อน ดังกล่าว

 

                ผู้ร่วมงานต่างมีอารมณ์ร่วม หลายคนรู้สึกโกรธแค้นเขื่อน ช่วยกันขว้างปาถุงสีจนหมด จนเหล่าผู้แสดงเป็น เขื่อน ลงไปนอนกองกับพื้น กระนั้นผู้ร่วมงานก็ยังขว้างต่อ

 

                จบด้วยชัยชนะของชาวประมง ธรรมชาติและสัตว์น้ำ ช่วยกันพลิกป้ายเป็นคำว่า#ค้านเขื่อนหนักมาก”

 

                การแสดงในครั้งนี้ ทำให้ฉันนึกถึงคำพูดของครูตี๋ ที่ว่า

 

                “สู้กับใครเราก็ไม่กลัว เราสู้กับ ตัวเอง สู้กับจิตใจตัวเองได้ เราก็เป็น ของแท้ ”

 ABOUT THE AUTHOR