‘1 ปีรัฐประหาร’ นักกิจกรรมประกาศไว้อาลัยแด่อำนาจ ‘เผด็จการปิโตรเลียมอีสาน’

‘1 ปีรัฐประหาร’ นักกิจกรรมประกาศไว้อาลัยแด่อำนาจ ‘เผด็จการปิโตรเลียมอีสาน’

20152105105526.jpg

21 พ.ค. 2558 เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. กลุ่มบุคคลในชื่อขบวนการอีสานใหม่ จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แปะป้ายโลโก้บริษัทปิโตเลียมต่างๆ และข้อความ “รัฐประหารปิโตรเลียม” และ “เผด็จการปิโตรเลียม” บนอนุสาวรีย์จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่สวนรัชดานุสรณ์ ถนนประชาสโมสร จ.ขอนแก่น เพื่อสื่อสารว่าการรัฐประหารครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 คือเผด็จการที่ทำเพื่อนายทุนและประโยชน์ของตัวเอง การอ้างรัฐประหารเพื่อคืนความสุขให้กับประชาชนเป็นเพียงสิ่งหลอกลวง

20152105105758.jpg

ที่มาภาพ: ดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน

จากนั้นมีการอ่านแถลงการณ์ เผด็จการปิโตรเลียม ระบุว่า การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ภายใต้วาทกรรม ‘คืนความสุขให้กับประชาชน’ แต่กลับอาศัยอำนาจจากกฎอัยการศึกกดขี่ประชาชน ไม่ให้ลุกขึ้นมาคัดค้านโครงการพัฒนาที่แย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภาคอีสาน ทั้งการขอคืนพื้นที่ป่าให้สัมปทานเหมืองแร่ โครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูน และการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 

รวมทั้ง เหตุการณ์การสนธิกำลังของทหารตำรวจและฝ่ายปกครองคุ้มกันการขนย้ายอุปกรณ์ขุดเจาะปิโตรเลียมของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ในพื้นที่บ้านนามูล ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของรัฐทหารกับกลุ่มทุนปิโตรเลียม ประหนึ่งว่า การผลักดันโครงการขุดเจาะปิโตรเลียมเป็นภาระหนึ่งของการรัฐประหารครั้งนี้ ทั้งที่การขุดเจาะสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมได้สร้างผลกระทบให้กับประชาชนในหลายพื้นที่

“เราจึงเรียกการรัฐประหารที่ช่วงชิงอำนาจรัฐจากประชาชน เพื่อผลักดันกิจการปิโตรเลียมว่า รัฐประหารปิโตรเลียมและเรียกอำนาจเบ็ดเสร็จที่ใช้กดขี่ประชาชนของระบอบเผด็จการสนับสนุนกลุ่มทุนปิโตรเลียมว่า เผด็จการปิโตรเลียม” แถลงการณ์ระบุ อีกทั้งยังชี้ว่า การอ้างรัฐประหารเพื่อคืนความสุขให้กับประชาชนเป็นสิ่งหลอกลวง แต่รัฐประหารเพื่อผลประโยชน์ซ่อนเร้นในการผลักดันสัมปทานปิโตรเลียมบนผืนแผ่นดินอีสานเป็นเรื่องจริง 

“ในโอกาสครบรอบหนึ่งปีรัฐประหารของเผด็จการทหาร คสช. จึงขอไว้อาลัยแด่อำนาจชั่วช้าเลวทรามที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และด้วยสองมือเปล่า พวกเราจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดเพื่อหยุด ‘เผด็จการปิโตรเลียม’ หยุดสัมปทานขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วทั้งผืนดินอีสานให้จงได้” คำลงท้ายในแถลงการณ์

ทั้งนี้ จอมพลสฤษดิ์ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ร่างและเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2504 และผลักดันโครงการพัฒนาต่างๆ ในภาคอีสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เพจเฟสบุ๊กของนักกิจกรรมกลุ่มดาวดินชื่อ ดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชนได้โพสรูปพร้อมข้อความ ระบุการรัฐประหารครั้งนี้มีผลประโยชน์กับปิโตรเลียมล้วนๆ ‎วันพรุ่งนี้มาค้านรัฐประหารกันเถอะ‬ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ทำให้มีผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจำนวนหนึ่งไปเฝ้ารอสังเกตุการณ์การทำกิจกรรมบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ มีสมาชิกกลุ่มอีสานใหม่ ส่วนหนึ่งไปยืนแจกแถลงการณ์ทีอนุสาวรีประชาธิปไตยด้วย จึงถูกทหารนอกเครื่องแบบ ประมาณ 10 คน ทหารในเครื่องแบบ 3 คน และสารวัตรทหารประมาณ 1 คันรถกระบะ เข้ามาถามถึงการทำกิจกรรม และทหารได้บอกกับสมาชิกกลุ่ม อีสานใหม่ว่า “ห้ามแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และถ้าสร้างความแตกแยก จะใช้ ม.44 จับจริง”

การรัฐประหารครั้งนี้มีผลประโยชน์กับปิโตรเลียมล้วนๆ #วันพรุ่งนี้มาค้านรัฐประหารกันเถอะ@อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น

Posted by ดาวดิน สังกัดพรรคสามัญชน on Tuesday, May 19, 2015

 

20152105110322.jpg

แถลงการณ์
เผด็จการปิโตรเลียม

ก่อนจะครบรอบ 1 ปี ของการรัฐประหาร ในวันพรุ่งนี้ 22 พฤษภาคม 2558

หลังจากที่ทหารได้เข้ามาทำการรัฐประหารล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และเข้ามาบริหารประเทศภายใต้ระบอบเผด็จการ ที่อ้างว่าเข้ามาจัดการความขัดแย้งในสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาการคอร์รัปชั่น ที่ระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถจัดการได้ ทหารจึงต้องเข้ามาทำรัฐประหาร เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมไทยที่มีความซับซ้อน ภายใต้วาทกรรม ‘คืนความสุขให้กับประชาชน’ 

คนส่วนหนึ่งหวังว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงโดยการขจัดคอร์รัปชั่น แก้ปัญหาสังคมไทยด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงเดินหน้าเข้าร่วมในแนวทางการปฏิรูปประเทศร่วมกับรัฐทหาร ขณะที่ส่วนหนึ่งไม่เชื่อมั่นว่าระบอบเผด็จการที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะสามารถแก้ไขปัญหาสังคมไทยที่มีความซับซ้อนได้จริง จึงยืนยันไม่ร่วมปฏิรูปกับรัฐทหาร 

ในขณะที่ส่วนกลางกำลังเดินหน้าปฏิรูปประเทศ กลับพบว่าในระดับพื้นที่ ทหารที่อ้างว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาสังคมไทย ใช้อำนาจอันล้นพ้นที่ได้จากการรัฐประหารมาลุกไล่ประชาชน ทั้งการขอคืนพื้นที่ป่าให้สัมปทานเหมืองแร่ โครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูน และการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 โดยอาศัยอำนาจจากกฎอัยการศึกเป็นเครื่องมือสำคัญในการกดขี่ประชาชน ไม่ให้ลุกขึ้นมาคัดค้านโครงการพัฒนาที่แย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติจากประชาชน เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมของกลุ่มทุนขนาดใหญ่

ผ่านมา 1 ปี ปรากฏแน่ชัดว่าการบริหารของรัฐทหารที่ผ่านมา นอกจากจะไม่ได้ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งสามารถคลี่คลายลงได้แล้ว กลับซ้ำเติมให้เลวร้ายกว่าเดิม โดยการประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อปล้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิ่งที่รัฐบาลทำในปัจจุบันนี้นอกจากประกาศว่าเป็นรัฐเผด็จการทหารแล้ว ยังต้องการขายทรัพยากรธรรมชาติในประเทศเพื่อความอยู่รอด 

ภาคอีสานเป็นพื้นที่หนึ่งที่เกิดการใช้อำนาจจากกฎอัยการศึก ในการรุกไล่แย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติจากประชาชนอย่างกว้างขวาง ประเด็นปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศต้องเผชิญกับการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ หนึ่งในนั้น คือ ประเด็นปิโตรเลียมในอีสาน จากเหตุการณ์การสนธิกำลังของทหารตำรวจและฝ่ายปกครองคุ้มกันการขนย้ายอุปกรณ์ขุดเจาะปิโตรเลียมของบริษัท อพิโก้ (โคราช) จำกัด ในพื้นที่บ้านนามูล ตำบลดูนสาด อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ท่ามกลางคราบน้ำตาของประชาชนที่เคียดแค้นที่ถูกกดขี่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

การตั้งขบวนรถขนย้ายอุปกรณ์ขุดเจาะปิโตรเลียมจากหน้าค่ายเปรมตฤณสูลานนท์ ซึ่งนำทีมโดยกองอำนวยการความมั่นคงภายในจังหวัดขอนแก่น การออกหน้าอำนวยความสะดวกให้บริษัทเอกชนของทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กระทำโดยเพิกเฉยต่อสิทธิชุมชนของประชาชน เป็นพฤติกรรมที่สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ของรัฐทหารกับกลุ่มทุนปิโตรเลียมอย่างแนบแน่น ประหนึ่งว่า การผลักดันโครงการขุดเจาะปิโตรเลียมเป็นภาระหนึ่งของการรัฐประหารครั้งนี้ ทั้งที่การขุดเจาะสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมได้สร้างผลกระทบให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ 

นอกจากนั้นแล้ว รัฐทหารภายใต้ระบอบเผด็จการก็ยังคงต้องการผลักดันการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งภาคอีสานมีแปลงสัมปทานจำนวน 17 แปลง ครอบคลุมภาคอีสานทั้งภาค

เราจึงเรียกการรัฐประหารที่ช่วงชิงอำนาจรัฐจากประชาชน เพื่อผลักดันกิจการปิโตรเลียมว่า ‘รัฐประหารปิโตรเลียมและเรียกอำนาจเบ็ดเสร็จที่ใช้กดขี่ประชาชนของระบอบเผด็จการสนับสนุนกลุ่มทุนปิโตรเลียมว่า ‘เผด็จการปิโตรเลียม’ 

การสมคบคิดกันระหว่างเผด็จการทหารและกลุ่มทุนทั้งในและต่างชาติ โดยเฉพาะ ปตท. ที่นายทหารระดับสูงหลายคนและบุคคลแวดล้อมในคณะรัฐประหาร คสช. มีรายชื่อเป็นกรรมการและถือหุ้นอยู่ด้วยซึ่งมีเอี่ยวเกี่ยวข้องกับแปลงสำรวจปิโตรเลียมตามสัญญาสัมปทานแทบทุกแปลงทั้งในทะเลและบนบก ร่วมกันใช้อำนาจเถื่อนปล้นชิงทรัพยากรธรรมชาติจากประชาชนสองมือเปล่าเป็นสิ่งที่น่าละอายอย่างยิ่ง 

สำหรับวันนี้ ก่อนวันครบรอบรัฐประหารหนึ่งวัน จึงเห็นว่า แท้จริงแล้ว การอ้างรัฐประหารเพื่อคืนความสุขให้กับประชาชนเป็นสิ่งหลอกลวง แต่รัฐประหารเพื่อผลประโยชน์ซ่อนเร้นในการผลักดันสัมปทานปิโตรเลียมบนผืนแผ่นดินอีสานนี่สิ เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนที่สุด 

ในโอกาสครบรอบหนึ่งปีรัฐประหารของเผด็จการทหาร คสช. จึงขอไว้อาลัยแด่อำนาจชั่วช้าเลวทรามที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และด้วยสองมือเปล่า พวกเราจะต่อสู้อย่างถึงที่สุดเพื่อหยุด ‘เผด็จการปิโตรเลียม’ หยุดสัมปทานขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วทั้งผืนดินอีสานให้จงได้

ขบวนการอีสานใหม่
‘เพื่อสิทธิ เสรีภาพและประชาธิปไตยจงเจริญ’
21 พฤษภาคม 2558

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง