‘เครือข่ายสุขภาพ’ นัดใหญ่ 11 ม.ค.นี้ ค้านใช้ ม.44 ปลด 7 กรรมการ สสส.

‘เครือข่ายสุขภาพ’ นัดใหญ่ 11 ม.ค.นี้ ค้านใช้ ม.44 ปลด 7 กรรมการ สสส.

7 ม.ค. 2559 ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (Thai Health Promotion Movement) ประกอบด้วย เครือข่ายภาคประชาชนจากทั่วประเทศ 20 เครือข่าย ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพในด้านต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ “ปกป้องการปฏิรูประบบสุขภาพ ส่งเสริมการกำกับตรวจสอบ สสส.โดยสังคม คัดค้านกลุ่มทุนและผู้มีอำนาจยึดครองกลไกการปฏิรูประบบสุขภาพ”

คัดค้านกรณีคำสั่งคสช.ที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จำนวน 7 คน ออกจากตำแหน่ง ได้แก่ นพ.วิชัย โชควิวัฒน รองประธานกรรมการคนที่ 2 และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน ได้แก่ นายสงกรานต์ ภาคโชคดี นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ  นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายสมพร ใช้บางยาง  รศ.ประภาภัทร นิยม และนายวิเชียร พงศธร โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557

ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน ให้ความเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวของหัวหน้าคสช.เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม เนื่องจากการตรวจสอบที่ผ่านมาโดยศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) พบว่าการดำเนินงานของสสส.และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมิได้มีการทุจริตแต่ประการใด

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการของ สสส.บางคนดำรงตำแหน่งในองค์กรที่ได้รับทุนด้วยนั้นเกิดขึ้นเนื่องด้วย พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ถูกออกแบบให้ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร สสส. ภายใต้ระเบียบการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (COI) ที่เข้มงวด เช่น คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องไม่สามารถอนุมัติงบประมาณในองค์กรที่ตนเองเกี่ยวข้อง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ทางสังคมปัจจุบัน สสส.และคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งมี พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นประธาน ได้ทำงานร่วมกับคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมโดยเน้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยได้มีการแก้ไขระเบียบข้อบังคับ สสส.หลายฉบับ เน้นแก้ไขเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรมการ และผ่านความเห็นชอบของบอร์ด สสส.เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ให้ดำเนินการไปตามระเบียบดังกล่าวภายใน 90 วัน และคณะกรรมการของ สสส.ได้เริ่มทยอยปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวแล้ว แต่กลับมีประกาศ มาตรา 44 ปลดบอร์ดของ สสส. อย่างมีเงื่อนงำดังกล่าว

“ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนเชื่อว่า คำสั่งดังกล่าวจะนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการกรรมการกองทุนและแต่งตั้งผู้จัดการสสส.คนใหม่ ที่มาจากกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจรัฐ และตัวแทนจากกลุ่มทุนบางกลุ่มเข้ามาเป็นคณะกรรมการและผู้จัดการ สสส. คนใหม่ เพื่อมิให้การดำเนินการของ สสส. ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ยาและอาหาร เป็นต้น สร้างผลกระทบต่อผลประโยชน์ในกิจการของตน รวมทั้งเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากกองทุนของ สสส. ได้โดยปราศจากการตรวจสอบของสังคม” แถลงการณ์ระบุ

ทั้งนี้ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน จะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ของตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ ในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559 เพื่อประกาศแนวทางและมาตรการในการเคลื่อนไหวในกรณีดังกล่าว 

 

แถลงการณ์ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน 

ปกป้องการปฏิรูประบบสุขภาพ ส่งเสริมการกำกับตรวจสอบ สสส.โดยสังคม 
คัดค้านกลุ่มทุนและผู้มีอำนาจยึดครองกลไกการปฏิรูประบบสุขภาพ

ตามที่มีคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช.ที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 ให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จำนวน 7 คน ออกจากตำแหน่ง ได้แก่ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน รองประธานกรรมการคนที่ 2 และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 6 คน ได้แก่ นายสงกรานต์ ภาคโชคดี นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ นายยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นายสมพร ใช้บางยาง รองศาสตราจารย์ประภัทร นิยม และนายวิเชียร พงศธร นั้น

ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (Thai Health Promotion Movement) ซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายภาคประชาชนจากทั่วประเทศ 20 เครือข่าย ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพในด้านต่างๆ ในพื้นที่ทั่วประเทศ เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวของหัวหน้าคสช.เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม เนื่องจากการตรวจสอบที่ผ่านมาโดยศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) พบว่าการดำเนินงานของสสส.และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมิได้มีการทุจริตแต่ประการใด

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการของ สสส.บางคนดำรงตำแหน่งในองค์กรที่ได้รับทุนด้วยนั้นเกิดขึ้นเนื่องด้วย พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ถูกออกแบบให้ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาสังคมเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหาร สสส. ภายใต้ระเบียบการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (COI) ที่เข้มงวด เช่น คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องไม่สามารถอนุมัติงบประมาณในองค์กรที่ตนเองเกี่ยวข้อง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ทางสังคมปัจจุบัน สสส.และคณะกรรมการกองทุนฯ ซึ่งมี พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย เป็นประธาน ได้ทำงานร่วมกับคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมโดยเน้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยได้มีการแก้ไขระเบียบข้อบังคับสสส.หลายฉบับ เน้นแก้ไขเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรมการ และผ่านความเห็นชอบของบอร์ดสสส.เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ให้ดำเนินการไปตามระเบียบดังกล่าวภายใน 90 วัน และคณะกรรมการของ สสส.ได้เริ่มทยอยปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวแล้ว แต่กลับมีประกาศ มาตรา 44 ปลดบอร์ดของ สสส. อย่างมีเงื่อนงำดังกล่าว

ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนเชื่อว่า คำสั่งดังกล่าวจะนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการกรรมการกองทุนและแต่งตั้งผู้จัดการสสส.คนใหม่ ที่มาจากกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจรัฐ และตัวแทนจากกลุ่มทุนบางกลุ่มเข้ามาเป็นคณะกรรมการและผู้จัดการ สสส. คนใหม่ เพื่อมิให้การดำเนินการของสสส. ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ยาและอาหาร เป็นต้น สร้างผลกระทบต่อผลประโยชน์ในกิจการของตน รวมทั้งเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากกองทุนของสสส. ได้โดยปราศจากการตรวจสอบของสังคม

เพื่อปกป้องการปฏิรูประบบสุขภาพที่ได้ดำเนินการมาต่อเนื่องมานานกว่า 15 ปีโดยภาคประชาชนหลากหลายเครือข่าย ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชนขอประกาศ คัดค้านคำสั่งของ คสช.ที่ปลดคณะกรรมการทั้ง 7 คนออกโดยไม่ชอบธรรม และจะดำเนินการคัดค้านการประกาศแต่งตั้งกรรมการกองทุนคณะใหม่ หากพบว่าบุคคลที่จะถูกตั้งขึ้นมานั้นเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้มีอำนาจ กลุ่มทุนที่ขัดขวางการสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน หรือมิได้ยึดโยงกับภาคประชาชน

ทั้งนี้ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน จะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่ของตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ ในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559 เพื่อประกาศแนวทางและมาตรการในการเคลื่อนไหวในกรณีดังกล่าว โดยเครือข่ายที่ตอบรับการประชุมเพื่อร่วมเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ได้แก่ ชมรมแพทย์ชนบท เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายเด็ก เยาวชนและครอบครัว เครือข่ายงดเหล้าและบุหรี่ เครือข่ายเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร 

กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) เครือข่ายองค์กรแรงงานไทย (อรท.) เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายชาติพันธุ์และผู้มีปํญหาสถานะ เครือข่ายสุขภาวะผู้หญิง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายหมออนามัย เครือข่ายผู้ป่วย เครือข่ายนักวิชาการปฏิรูประบบสุขภาพ เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่น เครือข่ายสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย เครือข่ายสมาคมวิศการ เครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกัน เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน

ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (Thai Health Promotion Movement) 
7 มกราคม 2559

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง