กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเผยข้อเสนอ 3 ระยะ ร่วมสางปัญหาค่ารักษา รพ.เอกชน

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพเผยข้อเสนอ 3 ระยะ ร่วมสางปัญหาค่ารักษา รพ.เอกชน

18 พ.ค. 2558 สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เผยแพร่แถลงการณ์กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลเอกชน ระบุสนับสนุนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงตามข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท และกลุ่มผู้เสียหายทางการแพทย์ กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน พร้อมย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาอย่างชัดเจนและทันกาล โดยมีข้อเสนอ ระยะสั้น ระยะกลาง (3 เดือน) ระยะยาว (1 ปี)

อีกทั้งยัง แสดงความเห็นด้วยในการปรับปรุงคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ ระบบสาธารณสุข ระบบวิชาชีพการสาธารณสุขต่างๆ โดยดำเนินการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามไม่เห็นด้วยที่จะดำเนินการโดยใช้มาตรการ ม.44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แต่ควรเป็นไปแบบประชาธิปไตยอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

แถลงการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียด ดังนี้

20151805172628.jpg

แถลงการณ์

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ

๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพขอแสดงความขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในขั้นต้น ต่อข้อเรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาลพัฒนากลไกควบคุมค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชน

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาอย่างชัดเจน และทันต่อกาล ในการนี้ ขอสนับสนุนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงตามข้อเสนอของ ชมรมแพทย์ชนบท และกลุ่มผู้เสียหายทางการแพทย์ กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน

ดังนี้

ข้อเสนอระยะสั้น

1.      ให้ รมว. สธ. ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา 35(4) ประกอบมาตรา 36 ของ พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.1.  ให้โรงพยาบาลทุกแห่ง ทั้งภาครัฐ และเอกชน ยุติการเรียกเก็บเงินกับผู้ป่วยและญาติในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ภายในเวลา 72 ชั่วโมง หรือจนกว่าสัญญาณชีพจะอยู่ในภาวะคงที่หรือปลอดภัยเพียงพอที่จะนำส่งไปรับการรักษาพยาบาลต่อในโรงพยาบาลต้นสังกัดตามสิทธิของผู้ป่วย ยืนยันขอให้ดำเนินกระบวนการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

1.2  ให้โรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นมีหน้าที่ในการส่งต่อผู้ป่วยไปยังรพ.ตามสิทธิ
1.3  ให้ 3 กองทุนหลักประกันสุขภาพ  (สปสช. สปส. กรมบัญชีกลาง) ดำเนินการจัดหาเตียงสำรองให้เพียงพอ หากจัดหาให้ไม่ได้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
1.4   ให้ภาครัฐดำเนินการทำข้อตกลงกับรพ.เอกชน เกี่ยวกับอัตราค่ารักษาพยาบาลในกรณีฉุกเฉินของ 3 กองทุน และให้มีบทลงโทษสำหรับรพ.เอกชนที่ไม่ทำตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเด็ดขาด

2.      กระทรวงสาธารณสุขต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า โรงพยาบาล ไม่มีสิทธิบังคับผู้ป่วยและญาติให้เซ็นรับสภาพหนี้ เพราะเป็นสิทธิของประชาชนในการใช้บริการรพ.เอกชน ในกรณีฉุกเฉินตามมาตรา 36 และตามประกาศ ว่าด้วยการใช้บริการในกรณีฉุกเฉิน 3 กองทุน
3.     ห้ามสถานพยาบาลกักตัวผู้ป่วยหากไม่เป็นเหตุอันก่อให้เกิดภาวะคุกคามต่อชีวิต หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดทางอาญา

ข้อเสนอระยะกลาง (ภายในเวลา 3 เดือน)

1.ให้กระทรวงสาธารณสุข ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการหนึ่งชุดที่มีองค์ประกอบจากทุกฝ่ายและมีสัดส่วนภาคประชาชนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็น ประธาน เพื่อติดตามตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการสถานพยาบาลตามข้อ 1 และให้คณะกรรมการสถานพยาบาลรายงานผลดำเนินการต่อกรรมการชุดนี้ทุก 2 เดือน และดำเนินการเผยแพร่ผลการดำเนินงานผ่านสื่อสาธารณะทุกครั้ง

2.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปรับคณะกรรมการสถานพยาบาลในมาตรา 7 (2) ตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ในส่วนผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจำนวน 5 คน ให้เป็นผู้แทนจากภาคประชาชนที่เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และภาคีเครือข่ายเป็นผู้เสนอ

3.ให้คณะกรรมการสถานพยาบาลทำหน้าที่ ตามมาตรา 11 (4) ในการควบคุมหรือการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการ ของสถานพยาบาล ให้รวมถึง การวินิจฉัย การรักษา ที่มากเกินความจำเป็น ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา หรือค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อื่นๆ ที่แพงเกินจริง

4.การดำเนินการเรื่องราคายา ให้มีการบังคับใช้ clinical practice guideline อย่างเคร่งครัด และการให้มีการใช้ยาชื่อสามัญ (generic) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย

5.ขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดการออก พระราชบัญญัติยา ที่มีการเสนอขอปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยภาคประชาชน ทั้งนี้ ต้องยืนยันไม่ให้มีการตัดเรื่องกลไกการควบคุมราคายา ตามที่กลุ่มบริษัทยาคัดค้านไว้

6.เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบและลดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและการปฏิรูปประเทศ จึงควรให้มีการเปิดเผยข้อมูลประโยชน์ทับซ้อนของแพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาล สนช. สปช. และแพทยสภา

ข้อเสนอระยะยาวใน 1 ปี

1.      ควบคุมการทำธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ไม่ให้มุ่งเน้นผลกำไร แต่มุ่งเน้นการดำเนินการทางมนุษยธรรม ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้มีการสำรองเตียงสำหรับผู้ป่วยคนไทยในทุกสิทธิ ทั้งในกรณีฉุกเฉิน และการรับส่งต่อจากโรงพยาบาลภาครัฐในกรณีอื่นๆ โดยให้กองทุนหลักประกันสุขภาพร่วมกับตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน ในการกำหนดราคาในการรักษาพยาบาลที่เป็นธรรมไม่ค้ากำไรเกินควรและไม่โกงราคา

2.      ยกเลิกการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาล และเร่งรัดการออกกฎหมายควบคุมการควบรวมกิจการการแข่งขันทางการค้า

3.      เปิดให้มีการสมัครใจของโรงพยาบาลเอกชนที่จะดำเนินการด้านบริการสาธารณะให้เป็นการดำเนินการแบบองค์กรสาธารณะประโยชน์ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น

ทั้งนี้  กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ  เห็นด้วยในการปรับปรุงคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ ระบบสาธารณสุข ระบบวิชาชีพการสาธารณสุขต่างๆ โดยดำเนินการปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะดำเนินการโดยใช้มาตรการ ม.44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แต่ควรเป็นไปแบบประชาธิปไตยอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง