กังวลเขื่อนปล่อยน้ำท่วมหลักฐานหาตัว ‘เด่น คำแหล้’ เร่งนิติวิทยาศาสตร์ลงตรวจพื้นที่

กังวลเขื่อนปล่อยน้ำท่วมหลักฐานหาตัว ‘เด่น คำแหล้’ เร่งนิติวิทยาศาสตร์ลงตรวจพื้นที่

เขื่อนจุฬาภรณ์ปล่อยน้ำลงลำน้ำพรม ท่วมจุดที่พบเถ้ากระดูกถูกเผา ชาวบ้านหวั่นหลักฐานชื้นสำคัญที่อาจเชื่อมโยงไปสู่การหายตัวของ ‘เด่น คำแหล้’ นักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินหายไปกับสายน้ำ ตั้งข้อสังเกตไม่ใช่ฤดูทำนาทำไมปล่อยน้ำ พร้อมเร่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหนังสือถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ลงมาตรวจสอบพื้นที่โดยด่วน

ศรายุทธ ฤทธิพิณ

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

15 พ.ค. 2559 เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ลงพื้นที่สำรวจเหตุบริเวณหลังหน่วยพิทักษ์ป่าหนองไรไก่ และลงไปบริเวณลุ่มน้ำพรม พบว่ากองขี้เถ้ากระดูกซึ่งเชื่อว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ในการติดตามกรณีการหายตัวไปของนายเด่น คำแหล้ อายุ 65 ปี แกนนำนักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกิน และเป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าบริเวณดังกล่าวถูกน้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ไหลลงมาท่วมแล้ว

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 14 พ.ค. 2559  ชาวบ้านระบุว่า ได้ยินเสียงกระแสน้ำไหลพัดลงมาจากเขากระทบฝั่งและโขดหินอย่างแรง คล้ายกับเสียงที่เคยได้ยินตอนที่เขื่อนจุฬาภรณ์เคยปล่อยน้ำลงมา ทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลว่าหลักฐานชิ้นสำคัญคือเถ้ากระดูกที่ค้นพบเมื่อวันที่ 6 พ.ค.59 จะหายไปกับสายน้ำ จึงลงสำรวจพื้นที่อีกครั้ง

20161505222241.jpg

ภาพ: สภาพพื้นที่ในปัจจุบัน

 

20161505222254.jpg

ภาพ: ร่องรอยก่อนเขื่อนปล่อยน้ำ

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2559 นางสุภาพ คำแหล้ ภรรยานายเด่น คำแหล้ พร้อมตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานได้นำเถ้ากระดูกไปมอบให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบว่าเป็นกระดูกมนุษย์หรือไม่ และขณะนี้อยู่ในระหว่างผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ทำหนังสือเพื่อขอความร่วมมือไปทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ลงตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูลร่องรอยที่พบกระดูกดังกล่าว

ชาวบ้านระบุว่า ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์พร้อมที่จะลงมาตรวจสอบ เพียงแต่รอเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ประสานมาตามขั้นตอนเท่านั้น ซึ่งทางสถานีตำรวจภูธรห้วยยางยังไม่ได้ทำหนังสือประสานไปทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด แม้ชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนโคกยาวจะเร่งให้รีบทำหนังสือก็ตาม

ชาวบ้านให้ข้อสังเกตอีกว่า ปกติเขื่อนจุฬาภรณ์จะไม่ปล่อยน้ำในช่วงเวลานี้ เพราะไม่ใช่ช่วงฤดูกาลทำนา และในอีกมุมหนึ่งชาวบ้านเคยทำเรื่องร้องขอให้เขื่อนปล่อยน้ำในภาวะที่แห้งแล้งอย่างหนัก แต่ก็ไม่มีการปล่อยน้ำ อีกทั้งแม้จะเป็นช่วงฤดูทำนาเขื่อนก็จะไม่ค่อยปล่อยน้ำนอกจากฝนจะตกหนัก และน้ำล้นเขื่อนจึงจะปล่อยเพื่อระบายน้ำอย่างเต็มที่ จึงตั้งคำถามว่าทำไมเขื่อนจึงปล่อยน้ำเมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ชาวบ้านอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่เขื่อนจุฬาภรณ์ระงับการปล่อยน้ำ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งทำหนังสือถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อลงมาตรวจสอบพื้นที่โดยด่วน

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง