ขอคืนพื้นที่ ‘ดงคัดเค้า’ นายอำเภอธาตุพนมยันปักหลักแนวเขต แต่ชะลอติดประกาศ เร่งชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ

ขอคืนพื้นที่ ‘ดงคัดเค้า’ นายอำเภอธาตุพนมยันปักหลักแนวเขต แต่ชะลอติดประกาศ เร่งชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ

นายอำเภอธาตุพนม และนายก อบต. อุ่มเหม้า ชะลอติดประกาศขอคืนพื้นที่และให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ “ดงคัดเค้า” ภายใน 30 วัน แจงในฐานะผู้รับผิดชอบไม่ดำเนินการจะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เสนอชาวบ้านไปยื่นเรื่องศูนย์ดำรงธรรม จ.นครพนม ขอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ภายใน 1-2 วันนี้

20160209095642.jpg

1 ก.ย. 2559 เวลาประมาณ 9.00 น กลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อนกรณีการขอคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ดงคัดเค้า กว่า 100 คน เดินทางเข้าร่วมการประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สาธารณประโยชน์ดงคัดเค้า ตามคำเชิญของนายอติชาติ อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม ที่ อบต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. นายอำเภอธาตุพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 210 เจ้าพนักงานที่ดินและช่างรังวัด จากสำนักงานที่ดิน จ.นครพนม สาขาธาตุพนม นายเผย คำมุงคุณ นายก อบต. อุ่มเหม้า กำนัน ต.อุ่มเหม้า และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาเข้ามายังห้องประชุม 

แหล่งข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมตัวแทนชาวบ้านได้สอบถามหน่วยงานราชที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ถึงความเป็นมา การเกิดขึ้น ลักษณะการใช้ประโยชน์ และการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในที่สาธารณประโยชน์ดงคัดเค้า ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินและนายอำเภอธาตุพนม ได้ชี้แจงว่า พื้นที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าว เกิดจากพลเมืองได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ประเภทที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล) ในปี 2539 โดยทาง ต.นาหนาด อ.ธาตุพนมเป็นผู้ยื่นขอ แต่ภายหลังทราบว่ามีความผิดพลาดเรื่องเขตการปกครอง จึงทำให้ที่สาธารณประโยชน์แปลงนี้ ตั้งอยู่ในเขต ต.อุ่มเหม้า 

ด้านตัวแทนชาวบ้าน แย้งว่า จากหลักฐานการให้ถ้อยคำที่ใช้ประกอบการออก น.ส.ล. ดังกล่าว ระบุว่า ได้ประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2506 นั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากพื้นที่นี้มีการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่ปี 2504 และมีการต่อสู้ด้วยอาวุธเรื่อยมา จนกระทั่งยุติลงในราวปี 2526 ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่จึงเริ่มเข้ามาบุกเบิกจำจองที่ดินทำกิน จึงขอความเป็นธรรมจากนายอำเภอธาตุพนม โดยขอให้นายอำเภอธาตุพนมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ว่า พื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นที่สาธารณประโยชน์จริงหรือไม่ ในส่วนการขอคืนพื้นที่นั้น ขอให้ชะลอการดำเนินการออกไปก่อน

ขณะที่นายอำเภอธาตุพนม ยืนยันว่า ในวันนี้มีความจำเป็นที่จะปักหลักแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ตามได้ออก น.ส.ล. ไปก่อน ซึ่งเรื่องนี้ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกของรัฐ ( กบร.) จ.นครพนม ได้มีมติให้ดำเนินการ และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีหนังสือสั่งให้ดำเนินการในเรื่องนี้ หากนายอำเภอและนายก อบต. ในฐานะผู้รับผิดชอบไม่ดำเนินการ ก็จะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายก อบต. อุ่มเหม้า ยืนยันว่า วันนี้จะเป็นเพียงการปักหลักเขตเท่านั้น ส่วนการติดป้ายประกาศขอคืนพื้นที่และให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน นั้นจะยังไม่ติด 

นอกจากนี้นายอำเภอธาตุพนม เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทนไปยื่นเรื่องร้องเพื่อขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.นครพนม ภายใน 1-2 วันนี้ หากทาง จ.นครพนมมีหนังสือสั่งการมาก็จะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่กลุ่มผู้เดือดร้อนได้ร่วมเจรจากับนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็ยังยืนยันว่าบ่ายนี้จะทำการปักหลักแนวเขตขอคืนพื้นที่แน่นอน ให้กลุ่มผู้เดือดร้อนต้องเดินทางกลับด้วยความผิดหวังและวิตกกังกล อย่างไรก็ตามก่อนที่กลุ่มผู้เดือดร้อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ ได้ยื่นหนังสือกับนายอำเภอและนายก อบต.อุ่มเหม้าเพื่อขอชะลอการขอคืนพื้นที่ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงตามข้อเรียกร้องเดิมที่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

20160209100233.jpg

ต่อมาเวลา 13.30 น. นายอำเภอธาตุพนม พร้อมทหารมณฑลทหารบกที่ 210 จ.นครพนม สำนักงานที่ดิน จ.นครพนม (สาขาธาตุพนม) เจ้าหน้าที่ อบต.อุ่มเหม้า พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางเข้าพื้นที่ที่กล่าวอ้างว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ดงคัดเค้า เพื่อทำการปักหลักแนวเขตเพื่อขอคืนพื้นที่ โดยได้ทำการปักหลักแนวเขตเพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณรอบ ๆ พื้นที่ดังกล่าวจำนวน 10 หลัก ทั้งที่ตอนเช้าได้ทำการแจ้งกับทางกลุ่มผู้เดือดร้อนว่าจะเข้าทำการปักหลักแนวเขตพื้นขอคืนพื้นที่จำนวน 6 หลัก เท่านั้น โดยมีกลุ่มชาวบ้านติดตามไปดูด้วยความอกสันขวัญหายว่าที่ของใครจะถูกปักหลักแนวเขตเพื่อขอคืนพื้นที่บ้าง

20160209100302.jpg

20160209100332.jpg

20160209100320.jpg

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง