ขึ้นศาลทวงความเป็นธรรม ‘ค่าใช้จ่าย ภาระที่เพิ่มขึ้น’ ของไทบ้านผู้ไร้สิทธิสกลนคร

ขึ้นศาลทวงความเป็นธรรม ‘ค่าใช้จ่าย ภาระที่เพิ่มขึ้น’ ของไทบ้านผู้ไร้สิทธิสกลนคร

รายงานโดย: สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

17 มิ.ย.58 เวลาประมาณ 10.00 น. ณ ศาลจังหวัดสกลนคร เครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิสกลนครซึ่งเป็นชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินทำกิน เดินทางเข้าร่วมให้กำลังใจชาวบ้านจัดระเบียบ ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร จำนวน 1 ราย ซึ่งถูกดำเนินคดีกรณีถูกกล่าวหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าดงชมพูพาน-ดงกระเฌอ

20151806142211.jpg

นายชัย ทองดีนอก วัย 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ ม.6 บ้านจัดระเบียบ ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร สมาชิกเครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิสกลนคร กล่าวว่า ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ คดีหมายเลขดำที่ 2618/57 คดีระหว่าง โจทก์คือพนักงานอัยการ กับ นายสิน เงินภักดี จำเลย ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 31ราย ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าดงชมพูพาน-ดงกระเฌอ

สมาชิกเครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิฯ ให้ข้อมูลว่า สำหรับคดีในวันนี้ จำเลยไม่รับสารภาพตามข้อกล่าวหา และมีการสืบพยานโจทก์ 10 ปาก หมดเวลาราชการ ศาลจึงเลื่อนสืบพยานโจทก์ต่อในวันพรุ่งนี้ (18 มิ.ย.58) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป และนอกจากการมาร่วมให้กำลังใจครั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านพร้อมผู้ถูกดำเนินคดี นัดหมายจะเดินทางมาศาลกันอย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 19 มิ.ย.58 

นายชัย  ยังได้ยกกรณีความเดือดร้อนของชาวบ้านรายอื่นๆ อีก เช่น นางจันทร์จิรา ดียา เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 ศาลพิพากษา ปรับ 35.000 บาท จำคุก 2 ปี จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 12 เดือน ปรับ 17.500 บาท ซึ่งพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับจำเลยไม่มีพฤติกรรมร้ายแรง ไม่เคยต้องคดีอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี 

และล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.58 ศาลจังหวัดสกลนคร นัดฟังคำพิพากษา นายภักดี ศรีสวัสดิ์ โดยพิพากษาลงโทษจำคุก 9 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี

นายชัย กล่าวว่า จากยุทธการทวงคืนผืนป่าส่งผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างมาก อย่างกรณีของเขาเอง มีที่ดินประมาณ 20 ไร่ ปลูกยางพารา จนยางก็พอจะได้กรีดน้ำยาง แต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค.57 นายอำเภอภูพาน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร และป่าไม้ ได้ลงไปที่สวนยาง บอกจะต้องตัดฟันยางพาราตามยุทธการทวงคืนผืนป่า 

นายชัย เล่าด้วยว่า เจ้าหน้าที่บอกให้ชาวบ้านเซ็นยินยอม และให้ยอมรับการบุกรุก นับแต่นั้นก็ถูกจับกุมและต้องขึ้นศาลสกลนคร พร้อมกับพี่น้องร่วมชะตากรรมในหมู่บ้านอีก 30 ราย หลังจากนั้นชีวิตครอบครัวก็เปลี่ยนไป ภรรยาเกิดความเครียด กลายเป็นโรคประสาท หลานชายที่เรียนหนังสืออยู่ไม่สามารถเรียนต่อได้ เพราะคิดมาก ต้องไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์ 

“พวกผมต้องพร้อมใจกันมาขึ้นศาล ทวงความเป็นธรรมในสิทธิที่ดินทำกินกันมาหลายครั้ง หลายเดือนแล้ว และนับแต่วันนี้ต้องมาขึ้นศาล 3 วันติดต่อกันถึงวันที่ 19 มิ.ย.ทุกครั้งมันคือค่าใช้จ่าย เป็นภาระที่เพิ่มขึ้น ที่ดินทำกินของพวกเราก็ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ รัฐบาลบอกว่าจะจัดการกับนายทุน ที่มี่ที่ดินเยอะๆ แล้วทำไมกลับกลายว่ามาทำแบบนี้กับชาวบ้านอย่างพวกผม” นายชัย กล่าวตั้งคำถาม

สมาชิกเครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิฯ กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ว่า คสช.จะมีคำสั่งที่ 66/57  แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำให้ลดผลกระทบต่อชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มีความยากจนแม้แต่น้อยเลย หนักซ้ำเติมไปกว่านั้นชาวบ้านกลับถูกขับไล่ ยึดที่ดิน ไม่มีพื้นที่ทำกิน ถูกตัดยาง และต้องมาถูกดำเนินคดีอีก

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง