คนหายไปแต่คดียังอยู่ ภรรยา ‘เด่น คำแหล้’ ขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีชาวบ้านรุกป่า

คนหายไปแต่คดียังอยู่ ภรรยา ‘เด่น คำแหล้’ ขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีชาวบ้านรุกป่า

20162109143334.jpg

รายงานโดย ศรายุทธ ฤทธิพิณ
สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

20 ก.ย. 2559 สุภาพ คำแหล้ ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยถูมิ พร้อมด้วยทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน เดินทางมาที่ศาลจังหวัดภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ตามนัดฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวโจทก์ ยื่นฟ้องนายเด่น คำแหล้ กับพวกรวม 5 คน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ โดยศาลออกนั่งพิจารณาในเวลา 9.00 น.

ทนายความจำเลยที่ 1 นายเด่น คำแหล้ และจำเลยที่ 4 นางสุภาพ คำแหล้ ได้ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 4 อยู่ระหว่างการเข้ารักษาตัวจากอาการป่วยด้วยโรคเนื้องอกในมดลูก ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น  โดยแพทย์นัดตรวจรักษาโรคอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย. 2559 จึงขอเลื่อนการคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปสักนัดหนึ่ง

ในขณะที่ ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกัน (กองทุนยุติธรรม) ของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำร้องความว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้มาศาล เนื่องจากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559  ซึ่งมีการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อติดตามตัวแล้ว แต่ยังไม่พบ โดยเจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งผลการสืบสวนและสอบสวนการติดตามตัวของจำเลยที่ 1 ได้ใจความว่ายังไม่พบตัวจำเลยที่ 1

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป ส่วนจำเลยที่ 1 ให้นัดไต่สวนการหายตัวไป ในวันเวลาเดียวกันพร้อมกับจำเลยที่ 4  ในวันที่ 4 พ.ย. 2559 เวลา 9.00 น.

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2554 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังกันบุกเข้าควบคุมตัวชาวบ้านรวม 10 คน และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม ต่อมามีการแยกสำนวนฟ้อง ออกเป็น 4 คดี ดังนี้ คดีที่ 1 มีจำเลย 2 คน คือ นายคำบาง กองทุย และนางสำเนียง กองทุย คดีที่ 2 มีจำเลย 2 คน คือ นายทอง กุลหงส์ และนายสมปอง กุลหงส์  คดีที่ 3 มีจำเลย 1 คน คือ นายสนาม จุลละนันท์ และคดีที่ 4 มีจำเลย 5 คน คือ นายเด่น คำแหล้ นางสุภาพ คำแหล้ นายบุญมี วิยาโรจน์  นางหนูพิศ วิยาโรจน์ และนางเตี้ย ย่ำสันเทียะ

ในส่วนคดีที่ 4 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดอ่านฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3  เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2556  โดยยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คือนายเด่น และนางสุภาพ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี ส่วนอีก 3 ราย ศาลยกฟ้อง จำเลยทั้ง 2 จึงต้องถูกคุมขัง

ต่อมาในวันที่ 9 พ.ค. 2556 ทางสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ได้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ และได้ร่วมกันเดินรณรงค์ไปยังศาลฎีกา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ประกอบกับช่วงดังกล่าวทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งศาลอนุญาตในเวลาต่อมา และสามารถประกันตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด 

ผลการยื่นประกันขอให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 1 และที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ปรากฏว่าศาลอนุมัติให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 โดยได้เพิ่มหลักทรัพย์จากรายละ 200,0000 บาท เป็นรายละ 300,000 บาท

ทั้งนี้ นายเด่น คำแหล้ เป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และเป็นแกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกิน ได้หายตัวไปในวันที่ 16 เม.ย. 2559 ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว นับเป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง