จังหวัดนครพนมปัดไกล่เกลี่ยชาวบ้าน เดินหน้าเอาผิดรุกที่สาธารณะฯ ศาลแจงเตรียมประกาศนิคม อก.

จังหวัดนครพนมปัดไกล่เกลี่ยชาวบ้าน เดินหน้าเอาผิดรุกที่สาธารณะฯ ศาลแจงเตรียมประกาศนิคม อก.

20152508182111.jpg

25 ส.ค. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ศาลจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2558 ซึ่งมีการนัดพร้อมชาวบ้าน 33 ราย ในฐานะจำเลยในคดีบุกรุกแผ้วถางที่ดินสาธารณะประโยชน์โคกภูกระแตในพื้นที่หมู่ 1 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม และนัดไกล่เกลี่ยระหว่างชาวบ้านกับผู้ว่าฯ ในฐานะฝ่ายปกครองจังหวัดนครพนมคือนครพนม ตามที่ศาลจังหวัดนครพนมนำข้อเรียกร้องของชาวบ้านเสนอเพื่อไกล่เกลี่ยกับจังหวัดนครพนม

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากวันที่ 19 ก.ค. 2557 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจสนธิกำลังเข้าจับกุมชาวบ้านบ้านห้อม หมู่ที่ 11 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม 14 ราย ในข้อหาบุกรุกแผ้วถางที่ดินสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่หมู่ 1 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม พร้อมชาวบ้านคนอื่นๆ ในวันต่อมา รวมทั้งหมด 33 ราย ต่อมาอัยการสั่งฟ้องชาวบ้านทั้ง 33 รายเป็นจำเลยในคดีอาญาต่อศาลจังหวัดนครพนม

เวลาประมาณ 9.00 น. ตัวแทนชาวบ้านพยายามแสดงออกทางสัญลักษณ์ โดยการชูป้ายผ้าและบันทึกภาพ ข้อความในป้ายผ้าโดยรวมเป็นการขอความเห็นใจจากสังคม แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในศาลได้เข้ามาเก็บป้ายผ้า พร้อมทั้งบอกชาวบ้านว่าจะนำตัวชาวบ้านส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในข้อหาละเมิดอำนาจศาล

ขณะเดียวกันได้มีผู้พิพากษาและผู้อำนวยการศาลเข้ามาชี้แจง เจรจาไม่ให้ชาวบ้านทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชาวบ้านจึงยินยอมไม่ทำการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ดังกล่าว

ต่อมาในเวลาประมาณ 10.00 น. ทนายศาลแจ้งกับชาวบ้านทั้ง 33 ราย ว่าจังหวัดนครพนมปฏิเสธการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาท และปล่อยให้เป็นกระบวนการทางกฎหมาย 

เวลาประมาณ 11.00 น. ภายในห้องพิจารณาคดี ศาลชี้แจงหนังสือตอบรับข้อเรียกร้องของชาวบ้านจากจังหวัดนครพนม ซึ่งเนื้อหาภายในหนังสือตอบรับ เป็นการปฏิเสธข้อเรียกร้องของชาวบ้านทั้งหมด และแจ้งว่าบริเวณที่พิพาทดังกล่าวจะมีการประกาศเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งมีข้อเสนอต่อชาวบ้านว่า อาจรับชาวบ้านในพื้นที่พิพาทเข้าทำงานในโรงงาน

ต่อมาศาลชี้แจงอีกว่า ชาวบ้านทุกคนที่อาศัยในพื้นที่พิพาทต้องย้ายออกจากพื้นที่พร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง โดยชาวบ้านที่เข้ามาอยู่อาศัยพื้นที่พิพาทก่อนวันที่ 8 ก.พ. 2521 ซึ่งเป็นวันที่มีประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ สามารถรับสารภาพและย้ายออกจากพื้นที่พิพาทได้โดยไม่ต้องโทษ แต่ชาวบ้านที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่พิพาทหลังการประกาศเป็นที่สาธารณะประโยชน์ดังกล่าว จะต้องโทษคดีบุกรุกแผ้วถางที่สาธารณะประโยชน์อย่างแน่นอน หากรับสารภาพก็อาจได้รับการลดหย่อนโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันนัดพร้อมดังกล่าว ศาลได้เลื่อนพิจารณาคดี เป็นวันที่ 2 พ.ย. 2558 และในวันที่ 28 ก.ย. 2558 ศาลนัดพิจารณาลับหลังจำเลย โดยมีคำสั่งให้อัยการโจทก์จัดทำข้อมูลพื้นที่พิพาทเพื่อเป็นหลักฐานประกอบคดีในวันนัดดังกล่าว ซึ่งจำเลยทั้ง 33 ไม่ต้องเดินทางมาศาล

 ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการเว็บไซต์ citizenthaipbs.net ดูแล เรียบเรียง และรวบรวมเนื้อหาจากนักข่าวพลเมือง